วิเคราะห์การเมืองโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาในฐานะ เลขานุการ และโฆษก คณะกรรมาธิการ
วิเคราะห์การเมืองโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาในฐานะ เลขานุการ และโฆษก คณะกรรมาธิการ
เลือกตั้งเขต 2 สงขลา ( หาดใหญ่) เดือด ใครจะ”เข้าวิน” ระหว่าง “สามหมุ่มสามมุม”จากสามพรรคดัง
“สงขลา” หัวเมืองใหญ่ที่เป็น”เมืองหลวงของภาคใต้ตอนล่าง” เป็นอีก หนึ่งพื้นที่ ของการ เลือกตั้ง ผู้แทนราษฎร ที่ประชาชนให้ความสนใจในการติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและผู้สมัคร ทั้ง 9 เขต เพราะในอดีต สส.หรือ”ผู้แทน” ของ”สงขลาถูก”ผูกขาด” โดย”พรรคประชาธิปัตย์” มาโดยตลอด และ”ประชาธิปัตย์”เพิ่งจะมา”เสียแชมป์” ของการ”ผูกขาด” ในการเป็น” สส.เขต 2” ให้กับ”เด็กหนุ่มหน้าใหม่”ที่ไม่เคยผ่านการเมือง”ระดับท้องถิ่น” ที่ไหนมาก่อนอย่าง”ศาสตรา ศรีปาน” ซึ่งเป็น “สส.” สังกัดพรรค”ลุงตู่”หรือ” รวมไทยสร้างชาติ”ถึง 2 สมัย ด้วยกัน
และพลันที่ กกต. ได้กำหนดวัน เลือกตั้งตาม”ไทม์ไลน์”ที่ทราบกันแล้วนั้น พรรคการเมืองที่เป็น”ทั้งแชมป์เก่า อย่าง ประชาธิปัตย์ และ พรรคประชาชน ที่ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เมื่อปี 62 ที่ผู้สมัคร แพ้ อย่างฉิวเฉียว แก่ ศาสตรา ศรีปาน เพียง 100 กว่าคะแนน ก็มีการ ประกาศชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ของ จ.สงขลา อย่างเป็นทางการ ในขณะที่”ศาสตรา ศรีปาน” ซึ่งเป็น” อดีต สส. คนล่าสุด ก็ประกาศ”ย้ายค่าย” จาก”รวมไทยสร้างชาติ” มาสวมเสื้อ”สีน้ำเงิน”ของพรรคภูมิใจไทย ในการ” สู้ศึก” ในครั้งนี้
โดย”ประชาธิปัตย์” ส่ง” จูรี นุ่มแก้ว” เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ซึ่งมีพื้นที่ของ”เขตเทศบาลนครหาดใหญ่” ทั้งหมด และมีพื้นที่นอกเขตเทศบาลคือ “อ บต.คลองอู่ตะเภา” อ.หาดใหญ่ ที่เป็นพื้นที่ นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงในการ”เลือกตั้ง” “จูรี” ไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ แต่ในการ เลือกตั้ง”ครั้งที่แล้ว”จูรี ลงสมัคร” ในนาม”พรรคกล้า” ที่มี”กรณ์ จาติกวนิช” เป็นหัวหน้าพรรค มีคะแนนมาเป็นอันดับสาม เกือบ 15000 คะแนน
ส่วน พรรคประชาชน” ที่ในสมัยที่แล้วได้คะแนนอันดับ 2 ที่แพ้อันดับ 1 เพียง 100 กว่าคะแนน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร โดยส่ง”สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ซึ่งเป็น”นายแพทย์”เป็น”ประธานชมรมแพทย์ชนบท” และเป็น”ผอ.รพ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ซึ่งได้ยื่นใบลาออกจากราชการเพื่อขึ้นเวที”ลุยไถ” ในเขต 2
“หมอจุ๊ด” หรือ”สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” แม้จะไม่เคย”เล่นการเมือง” ที่เป็น”บุคคล” ที่คนทั้งประเทศรู้จักเป็นอย่างดีในฐานะของ”หมอเอ็นจีโอ” ที่มีประวัติในการร่วมกับ”เอ็นจีโอ” เคลื่อนไหวในเรื่องชอง”สิ่งแวดล้อม” เช่นการต่อต้าน”นิคมอุตสาหกรรมจะนะ”การต่อต้าน”โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา” การต่อต้าน”โรงงานแยกก๊าซ ทีทีเอ็ม” และการต่อต้าน”แลนด์บริจ์ด” ที่”จ.ชุมพร-ระนอง”
ในขณะที่”พรรคภูมิใจไทย” ซึ่งพยายาม”ปักธง” ในพื้นที่เขต 2 มาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสพความสำเร็จ การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้”ศาสตรา ศรีปาน” ซึ่งย้ายจากพรรครวมไทยสร้างมาอยู่กับภูมิใจไทย จึงกลายเป็น”ความหวัง”ของ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ”หรือ”โกเกี๊ยะ” ผู้นำ”เบอร์ 2” ของ”ภูมิใจไทย” และเป็น”แม่ทัพภาคใต้” ในการที่จะมี สส. เขต 2 สงขลา ให้ได้ เพราะ”หาดใหญ่” หรือ”เขต 2” คือ”บ้าน”ของ”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” การมี”สส.ของพรรคในพื้นที่เขต 2 จึงถือเป็น”หน้าตา” ของ”โกเก๊ยะ” ดังนั้น ครั้งนี้”ภูมิใจไทย” จึงต้อง”ทุ่มหมดหน้าตัก” ในการ”สู้ศึกในเขตเลือกตั้งที่ 2 ในครั้งนี้
เทียมฟอร์ม” ของผู้สมัครทั้ง 3 หนุ่ม จาก สามพรรค จะเห็นว่า” จุดเด่น”ของ”ศาสตรา ศรีปาน”คือเป็น”คนหนุ่ม”เป็นคนพื้นที่ เป็น สส. ติดต่อกัน 2 สมัย มี”ฐานเสียง” ที่ให้การ”สนับสนุน”ไม่ต่ำกว่า 15000 คะแนน งานการเมืองไม่”หวือหวา” มา”ออกสื่อ”แต่”เข้าถึง” และ”ดูแลฐานเสียง”อย่าง”สม่ำเสมอ” เมื่อบวกกับคะแนนเสียงของ”ภูมิใจไทย” ใน”เขต 2” ที่ไม่ใช่คะแนนของ”ศาสตรา” และคะแนนเสียงของ”นิพนธ์ บุญญามณี” ที่เป็น อดีต แกนนำของ”ประชาธิปัตย์” ซึ่งย้ายมาอยู่กับ”ภูมิใจไทย” และเป็นผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งของ”สงขลา” และคะแนนเสียงจาก”การเมืองท้องถิ่น” ทำให้”ศาสตรา ศรีปาน” ยังได้เปรียบ ผู้สมัครของพรรคอื่นๆ

ส่วน” จูรี นุ่มแก้ว” ที่ โด่งดัง มาจากการเป็น”ดาวติ๊กต๊อก” และ สมัครครั้งแรกในนามของ”พรรคกล้า” อาศัยความเป็น”จูรี” เพียงอย่างเดียว ก็สามารถได้คะแนนมาเป็นอันดับสาม ถือว่าไม่ธรรมดา ครั้งนี้ สวมเสื้อ”สีฟ้า” ยี่ห้อ”แม่ธรณีบีมวยผม” และมี”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็น”หัวหน้าพรรค” หาก”อภิสิทธิ” สามารถ”โยกคลอน” ให้”ประชาชน” ที่เคย”ศรัทธา” ในพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ เขต 2 กลับมาได้สัก 30% โอกาสที่”ประชาธิปัตย์” จะ”ทวงแชมป์ของ เขต 2 คืน ก็เกิดขึ้นได้ แต่”จุดอ่อน”ของ”จูรี” ที่ต่างกับ”ศาสตรา” และ”หมอสุภัทร” คือ”จูรี” ไม่ใช่”คนหาดใหญ่” แต่พื้นที่มาจาก” อ.ระโนด จ.สงขลา
สำหรับ”สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียง เป็นเรื่องระดับประเทศ เป็นนักกิจกรรมสายเอ็นจีโอ มีผู้ พยายามปฏิรูประบบราชการ และต่อสู้เรียกร้องในเรื่อง”สิ่งแวดล้อม” ตาม แนวทางของ”เอ็นจีโอ” ในไม่ได้”ลงลึก”กับ”ชาวหาดใหญ่” ที่อยู่ในเขต เลือกตั้งที่ 2 มากนัก อาศัยว่าเป็น” เด็กหาดใหญ่ มี”วาทะ” ในการ”สื่อสาร” กับ”ประชาชน”ได้อย่าง”คมคาย” และครั้งนี้สวมเสื้อ”พรรคประชาชน” ที่มี”คะแนนเสียง” ที่เป็นของ”พรรค” อยู่แล้วส่วนหนึ่ง ที่พร้อมจะ”เทคะแนน” ไม่ว่า”พรรคส้ม” จะส่งใครมาลงก็ได้ นี่คือ”จุดแข็ง” ของ” หมอจุ๊ด”
บทสรุป การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 สงขลา ครั้งนี้จึงเป็นเขตเลือกตั้งที่ “เร้าร้อน” เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีทั้ง”พื้นที่เศรษฐกิจ ที่”คะแนนเสียง ใช้เงินซื้อไม่ได้ และมีทั้งพื้นที่ ที่เรียกว่า”ชุมชน 103 ชุมชน ที่เป็นพื้นที่”ชี้นำ” และเป็น”ตัวแปร” ที่อาศัย”ฐานการเมือง”ท้องถิ่น ที่หากผู้สมัครพรรคใด ได้คะแนนจาก 103 ชุมชน เป็นกอบเป็นกำ” โอกาสของ”ชัยชนะ” ก็เป็นของผู้นำ และยังเสียงจาก”ประชาชน” ใน”อบต.คลองอู่ตะเภา” ที่อยู่นอกเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่เป็น”คะแนนหนุนเสริม” ดังนั้นเมื่อดูจาก”ปัจจัย”ต่างๆของผู้สมัคร จะเห็นว่า ผู้สมัครทั้ง สามคนสามพรรค มีโอกาสในการได้เป็น”สส.” ในครั้งนี้อย่างเท่าเทียม อยู่ที่ใครจะมี”กลยุทธ” ในการ”เข้าถึงประชาชนอย่างไร พรรคการเมืองที่สังกัด มีการ”สนับสนุน” ในเรื่องการเป็น”ท่อน้ำเลี้ยง” อย่างไร และ”ประชาชน” ในเขตเลือกตั้ง ที่เป็น”เสียงส่วนใหญ่” จะเลือก”คนเก่ง คนดี” หรือเลือกที่จะ”รับเงิน” เพื่อ แลกกับการ”ลงคะแนน” ทั้งหมดคือ”ปัจจัย” ของการส่งผลให้ผู้สมัครของเขต 2ได้เป็น” สส.” ในการ เลือกตั้งครั้งนี้

พี่เสือนักข่าวสงขลา

