สลด ฆ่าแมวเปอร์เซียยัดกระสอบทิ้งหน้าบ้าน อ้างหมากัดเหลือแต่ซาก
สลด ฆ่าแมวเปอร์เซียยัดกระสอบทิ้งหน้าบ้าน อ้างหมากัดเหลือแต่ซาก
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากเจ้าของแมว ว่า ตนเองเลี้ยงแมวสายพันธ์เปอร์เซียซึ่งได้ถูกชายกลางคนทารุณกรรมจนตายโดยการทุบตีก่อนจับยัดใส่กระสอบอาหารสุนัข ชายคนดังกล่าวอ้างว่า แมวได้วิ่งเข้ามาในบ้านก่อนทำข้าวของในบ้านพังเสียหาย จากนั้นสุนัขที่เลี้ยงไว้ 3 ตัว ได้รุมกัดจนตาย หลังให้สัตวแพทย์ทำการตรวจสอบพบว่า มีรอยโดนแทงขนาดรูเท่าไม้ลูกชิ้น 3 รู เรียงกันตรงหน้าท้อง รอยเชียวช้ำไปทั่วทั้งลำตัวของแมวและมีเลือดไหลออกมาทางหู จมูกและปาก ซึ่งคาดว่ามาจากการถูกกระแทกอย่างหนัก ซึ่งไม่น่าเกิดจากการถูกสุนัขรุมกัดจนตาย อีกทั้งมีวัยรุ่นชายอ้างว่าเป็นหลานชายของชายวัยกลางคนได้มีการคอมเม้นข่มขู่ทางโซเชียล หลังมีการนำเรื่องลงในเฟซบุ๊คส่วนตัว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ภายในขอยหลวงเมือง หมู่ 3 ถนนสงขลา-นาทวี (ร้านอาหารครัวสองบ่าวหรือขอยคุณหญิง) ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา จึงเป็นสาเหตุที่ร้องทุกข์สื่อเข้าทาเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับแมวตนเอง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักส่วนตัว อยู่ภายในซอยหลวงเมือง หมู่ 3 ถนนสงขลา-นาทวี ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ได้พบกับนายพชร ธีระกุล หรือ น้องหวาย อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเจ้าคิตแคท แมวเปอร์เซีย พันธุ์เปอร์เซียผสมสก็อตติช ก่อนจะพาผู้สื่อข่าวเข้าไปในบ้านพัก เพื่อดูที่อยู่ของเจ้าคิตแคท ซึ่งลักษณะบ้านของเจ้าคิทแคทเป็นบ้านกล่องไม้สองชั้นและมีของเล่นสำหรับแมว

โดยปกติเจ้าคิทแคทจะอยู่กับแมวอีกตัวซึ่งเป็นตัวเมีย สายพันธุ์เปอร์เซียเช่นกัน ชื่อเจ้าแคนดี้ อายุ 5 เดือน ซึ่งทางเจ้าของเพิ่งนำมาอยู่เป็นเพื่อนกับเจ้าคิตแคท จากนั้นได้พาผู้สื่อข่าวไปดูหลุมที่ฝั่งซากเจ้าคิทแคทอยู่บริเวณข้างบ้าน ซึ่งเป็นหลุมเปล่า เนื่องจากทางเจ้าของแมวได้ขุดซากเจ้าคิตแคทขึ้นมา เพื่อนำไปให้สัตวแพทย์ชันสูตรฯหาสาเหตุการตายที่โรงพยาบาลสัตว์ พร้อมกับมอบภาพหลักฐาน
เจ้าคิดแคทช่วงมีชีวิตและช่วงที่เจอซากแมววันแรกในกระสอบอาหารสุนัข ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถาม นายพชร ธีระกุล หรือ น้องหวาย อายุ 20 ปี ได้เล่าว่า ตนได้เลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซียทั้งหมด 2 ตัว ชื่อคิตแคท เปอร์เซียผสมสก็อตติช อายุ 9 เดือน กับแคนดี้ เปอร์เซียล้วน อายุ 5 เดือน เป็นตัวเมียทั้งคู่และเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์พอดีซึ่งเจ้าคิตแคทจะมีอาการมากกว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนได้ออกไปข้างนอกเพื่อหาอะไรกิน จากนั้นพอกลับมาบ้านก็เห็นเจ้าแคนดี้นั่งอยู่หน้าบ้านส่วนเจ้าคิตแคทได้หายไป สาเหตุออกมามาจากบ้านได้นั้นเนื่องจาก ลูกบิดประตูบ้านเสียจึงทำให้ไม่สามารถล็อคประตูได้ปกติ ตนและเพื่อน ก็ได้เดินตามหาเจ้าคิตแคท อยู่ประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่เจอ
ช่วงระหว่างที่เดินตามหาก็ได้ยินเสียงแมวร้องด้วยความเจ็บปวด ตนก็คิดในใจว่า ‘คงเป็นเสียงแมวตัวอื่น คงไม่ใช่เสียงเจ้าคิตแคทหรอก’ ซึ่งเสียงแมวที่ร้องนั้นร้องด้วยความเจ็บปวดประมาณ 10 นาที แล้วก็เงียบหายไป ตนจึงได้หันไปพูดกับเพื่อนว่า‘ตอนนี้ก็ดึกแล้วพรุ่งนี้มีเรียกอีก เตรียมตัวไปนอนเถอะ เดี๋ยวเจ้าคิตแคทกลับมา‘ ก่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอนพอมาตอนเช้า ตนได้ตื่นนอนแล้วก็เดินไปเปิดประตูออกไปดู ก็ไม่พบเจ้าคิตแคทกลับมาแต่อย่างใด
จนกระทั่งตอนเย็นเลิกเรียนก็กลับมาบ้านก็ไม่พบเจ้าคิตแคทกลับมาที่บ้าน จากนั้นป้าเจ้าของบ้านเช่าก็มาที่บ้านเพื่อจะให้ช่างเข้ามาซ่อมลูกบิดประตู พอเปิดประตูป้าเจ้าของบ้านก็เห็นเจ้าแคนดี้วิ่งเล่นอยู่ในบ้านและก็บอกว่าเจ้าแคนดี้น่ารัก ตนจึงได้บอกป้าเจ้าของบ้านเช่าปกติตนเลี้ยงแมวสองตัวซึ่งอีกตัวได้หายออกจากบ้านไป ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ยังตามหาเจ้าคิตแคทไม่เจอ ก่อนที่ป้าเจ้าของบ้านเช่า ได้บอกตนว่าเมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงแมวร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วก็เงียบหาย ไป ซึ่งเสียงดังออกมาจากบ้านหลังที่เกิดเหตุ ซึ่งป้าเจ้าของบ้านเช่าก็บอกอยู่ว่าไม่รู้ว่าเป็นแมวของตนหรือไม่ให้ตนลองไปดูก่อน จากนั้นตนจึงได้ไปบ้านหลังที่เกิดเหตุ และเห็นเจ้าของบ้านยืนตรงหน้าบ้านกับภรรยาพอดีตนจึงได้สวัสดีเจ้าของบ้านแล้วก็บอกว่า ’ตนมาตามหาแมว ไม่ทราบว่าเห็นแมวของตนวิ่งมาทางนี้ไหม‘
พอสิ้นเสียงคำถามเจ้าของบ้านก็ได้ชี้ไปที่ตรงกระสอบสีขาวแดงด้านหน้ามีรูปสุนัข ซึ่งเป็นกระสอบใส่อาหารสุนัขจนจึงได้เดินไปที่กระสอบแล้วก็เจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายก็เดินมาเปิดกระสอบให้ดูซากแมวข้างใน เมื่อตนเห็นซากแมวในกระสอบตนยังไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าคิทแคทหรือไม่ เพราะตอนนั้นสภาพสีขนแมวออกสีน้ำตาลและก็มีเศษดินติดเต็มตัว อีกทั้งมีคราบเลือดปนเลอะเต็มตัว มีเลือดไหลออกมาจาก ปาก จมูกและหู จากนั้นตนจึงได้พลิกซากในกระสอบดูก็พบว่าเป็นเจ้าคิทแคที่แมวของตน ก่อนที่ตนจะหันไปบอกเจ้าของบ้านว่าซากแมวในกระสอบเป็นแมวของตนเอง แล้วเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายก็บอกว่าจะเอาเรื่องตน
เนื่องจากตนได้เลี้ยงแมวปล่อยประละเลย และได้เข้ามาทำลายข้าวของภายในบ้านจนพังเสียหาย สุนัขที่บ้านเลยกัดจนตาย โดยปกติบ้านหลังดังกล่าวได้เลี้ยงสุนัขสามตัวเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศ ก่อนที่ตนจะพูดสวนกลับไปว่า ’ตนจะเดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดเหมือนกันที่มาฆ่าแมวของตน‘ ก่อนที่เจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายบอกให้ตนเข้าไปดูข้าวของที่พังเสียหายที่อยู่ในบ้าน ตนจึงได้พูดกลับไปอีกว่า ตนไม่ขอเข้าบ้าน ถ้าอยากให้รับผิดชอบ ให้ถ่ายรูปข้าวของที่พังเสียหายมาให้ดู ว่ามีอะไรบ้างเดี๋ยวจะรับผิดชอบเอง‘
จากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกันขึ้น ตนจึงได้เอาซากเจ้าคิดแคทใส่กระสอบและก็พากลับไปบ้าน แต่ทางเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ชายพยายามดึงกระสอบกลับและไม่ยอมคืนซากเจ้าคิทแคท ตนจึงได้กระชากกระสอบกลับและพูดว่า ‘มีสิทธิ์อะไรถึงไม่ให้ซากแมว แมวเป็นของตน ตนเป็นเจ้าของมีสิทธิ์ที่จะเอากลับ‘ แล้วเดินกลับบ้านทั้งน้ำตา ต่อมามีลุงข้างบ้านเดินมาบอกว่าเมื่อคืนมีวัยรุ่นประมาณ 4-5 คน ที่อยู่ข้าวบ้านลุงเดินมาบอกลุงว่า ’ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียง ทุบตีและเสียงแมวร้องโหยหวน และก็มีเสียงพูดขึ้นมาว่า ‘รีบๆตายซะ จะได้ไม่ทรมาน‘ แล้วเสียงแมวก็เงียบหาย
จากนั้นหลังเอาซากเจ้าคิตแคทกลับมาที่บ้าน ก็ได้ไปฝังตรงข้างบ้านที่ป่ากล้วยแล้วก็นั่งปรึกษากันกับเพื่อน จึงได้ตัดสินใจขุดเอาซากเจ้าคิดแคทขึ้นมาก่อนจะพาไปโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจสภาพร่างกายให้แน่ใจว่าตายจากสาเหตุอะไร โดยใช้ผ้าสีเขียวห่อล่างและใส่ในลังโฟมไปที่โรงพยาบาลสัตว์ ก่อนที่สัตวแพทย์จะนำซากเจ้าคิดแคทออกมาจากลังโฟมและได้โกนขนทั้งหมด เพื่อดูร่องรอยบนตัวเจ้าคิดแคทว่าตายจากสาเหตุอะไร ปรากฏว่าบนตัวของเจ้าหญิงแคทมีร่องรอยเขียวช้ำเต็มตัวและยังมีรอยโดนแทงสามรูซึ่งอยู่แนวระนาบเดียวกันตรงช่วงท้องแต่ทางสัตวแพทย์ยังไม่มีมีการยืนยันว่าตายจากสุนัขจัดหรือไม่เพราะบาดแผลที่เป็นรูนั้นไม่ใช่รอยเขี้ยวจากสุนัข ส่วนลำตัวที่เป็นรอยเขียวช้ำทั่วลำตัวน่าจะเกิดจากการถูกจับฟาดกระแทกกับพื้น หรือ ถูกทุบตีจากของแข็ง จากนั้นตนจึงได้ฝากสร้างเจ้าคิตแคทไว้ที่โรงบาลสัตว์ก่อนชั่วคราวเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
ต่อมาตนจึงได้นำเรื่องนี้มาโพสต์ลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคิทแคท หลังเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากได้มีหลานชายของเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุได้เข้ามาคอมเม้นต์ข่มขู่และหาเรื่องตนว่า ‘ระวังจะโดนยิง เดี๋ยวตัวเป็นรูหรอก’ จึงเป็นสาเหตุที่มาร้องทุกข์สื่อเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าคิตแคทและหวั่นไม่ได้รับความปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวได้ทำการตรวจสอบชายคนดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุทารุณกรรมแมว พบว่า ประกอบอาชีพข้าราชการอยู่ที่ศาลปกครองสงขลา ‘ตำแหน่ง พนักงานคดีปกครองชำนาญการพิเศษ’ ส่วนนายพชร ธีระกุล เจ้าของแมว ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา แล้ว

พี่เสือ นักข่าวจ.สงขลา

