พาดหัวข่าวร้องเรียน/ร้องทุกข์

ป้ายคลายทุกข์!! ชาวบ้านโวย กรมชลฯแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ป้ายคลายทุกข์!! ชาวบ้านโวย กรมชลฯแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

เผย ภาพจากกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์ขณะที่ชาวบ้านขับขี่รถ จยย.ผ่านเส้นทางชื่อ ถนนควาย แล้วลื่นล้มได้รับบาดเจ็บวันละ 7-8 ราย สร้างความเดือดร้อนรายวัน ด้านกรมชลฯเจ้าของถนน แก้ไขปัญหาโดยนำป้ายมาปักแจ้งเตือนให้ระวัง ขณะที่ชาวบ้านตัดพ้อ เป็นการผลักปัญหาให้พ้นตัวมากกว่า


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังถนนควายตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พบกับกลุ่มชาวบ้านที่ยืนรอให้ข้อมูลจากปัญหาความเดือดร้อนที่ต้องทนมานานมากกว่าหนึ่งปี นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่รถ จยย.ล้ม มีทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เฉลี่ยวันละ 7-8 ราย เคยแจ้งความเดือดร้อนไปที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน แต่นิ่งเฉยไม่มีการแก้ไขปัญหา มีเพียงนำป้ายแจ้งเตือนให้ระวังมาติดตั้งไว้เท่านั้น วันนี้สุดทนจึงออกมาร้องผ่านสื่อช่วยเป็นกระบอกเสียง เร่งหน่วยงานให้แก้ไข
จากการลงพื้นที่พบเป็นถนนคอนกรีตกว้างประมาณ 6 เมตร ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ด้านซ้ายเป็นเขื่อนกั้นน้ำทะเลมีความสูงประมาณ 1 เมตร พบร่องรอยชำรุดมีน้ำรั่วซึมไหลออกมาตลอดเวลาระยะทางยาวกว่า 300 เมตร ถนนเปียกแฉะ มีตะไคร่น้ำสีเขียวคล้ำเกาะเต็มพื้น ทำให้ถนนลื่น สร้างปัญหาให้กับชาวบ้านที่สัญจรผ่านเส้นทาง


จากการสอบถาม นายป๊อก อายุ 70 ปี ผู้บาดเจ็บและเป็นชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ช่วงเช้าของวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนขับขี่รถ จยย.ไปซื้อของที่ตลาด ขณะขับขี่อยู่บนถนนควายช่วงที่เปียกแฉะ จู่ ๆ รถลื่นล้ม ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บมีแผลแตกที่หัวเข่าและศอกด้านซ้าย ห่วงที่สุดคือเด็กนักเรียนที่ต้องซ้อนท้ายรถ จยย.ของพ่อแม่ไปโรงเรียน มักเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มบ่อยครั้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บและต้องหยุดเรียน จึงวอนผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานกรมชลฯ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องเขื่อนกั้นชำรุดรั่วซึม ทำน้ำเปียกแฉะถนน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานานนับปี


ด้าน นายธนกฤต หล่อนิล รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน กล่าวว่า ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ อบต.คลองด่าน แต่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรเข้าออกชุมชน และเป็นเส้นทางหลักไปวัดหลวงพ่อปาน วัดดังประจำตำบลคลองด่าน ตนเคยแจ้งปัญหาให้กรมชลฯรับทราบ แต่นิ่งเฉย ดังนั้นจึงต้องออกมาร้องผ่านสื่อ ไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยเร่งแก้ไขความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย อย่าปล่อยให้เกิดการสูญเสียชีวิตก่อน ส่วนป้ายแจ้งเตือนที่นำมาติดไว้นั้น ตน คิดว่าเป็นเพียงการผลักดันปัญหาให้ออกไปพ้นตัวมากกว่า
ขณะที่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร หน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน ผู้รับผิดชอบถนน ให้ข้อมูลว่ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน แต่อยู่ระหว่างส่งเสนอเรื่องของบประมาณมาซ่อมแซม อาจต้องใช้เวลาในการอนุมัติ ตามขั้นตอนระเบียบราชการ


**************************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ