กัณวีร์ หาเสียงทิ้งทวนโค้งสุดท้าย เสนอพูดคุยสันติภาพไทยต้องเป็นเจ้าภาพ ต้องคุยกับตัวแทนทุกขบวนการไม่ใช่ฉพาะกลุ่มBRN ถึงจะสำเร็จ
นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์
กัณวีร์ หาเสียงทิ้งทวนโค้งสุดท้าย เสนอพูดคุยสันติภาพไทยต้องเป็นเจ้าภาพ ต้องคุยกับตัวแทนทุกขบวนการไม่ใช่ฉพาะกลุ่มBRN ถึงจะสำเร็จ
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.พ.69 นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต พร้อมด้วยอุสมาน ดาโอะ ผู้สมัคร สส.พรรคพลวัต จ.นราธิวาส เขต 2 เบอร์ 8 และนายไซนุดิง ยูโซะ ผู้สมัคร สส.จ.ปัตตานี เขต 4 เบอร์ 4 ได้ร่วมลงพื้นที่หาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย ที่บริเวณชายหาดนราทัศน์ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยเน้นเจาะกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า และชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งมีการพูดคุยแบบเป็นกันเองในด้านสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ต้องดำรงชีวิตแบบปากกัดตีนทีบ หาเช้ากินค่ำมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวลดน้อยลง ที่เป็นมุ่งมองว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องอย่างจริงจัง
แต่คิดเป็นร้อยละ 90 พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จำคุณกัณวีร์ได้ตัวจริงรูปหล่อกว่าในทาง ที.วี. จึงได้ขอฝากคุณกัณวีร์เมื่อชนะการลือกตั้งในครั้งนี้ ขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อย่างน้อยขอให้เป็นกลไกก้าวแรกที่ทางรัฐบาลได้หยิบยกแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาวบ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้พ่อค้าแม่ค้าและตัวแทนชาวบ้าน ได้เสนอแนะในเรื่องการแก้ไขปัญหาความมั่นคงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดูแล้วทางการหรือหน่วยความมั่นคงที่ผ่านมา มักล่าช้ากว่าผู้ไม่หวังดี 1 ก้าวเสมอ คนจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงต้องเป็นผู้รับผลกรรมมาตลอด ทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บหรือไม่ก็ต้องพิการ ซึ่งปัญหานี้คือมะเร็งร้ายที่แก้ได้แต่ทางการหรือหน่วยความมั่นคง ให้ยาหรือเซรุ่มไม่ถูกโรค ซึ่งได้กัณวีร์ ได้รับปัญหาเก็บรวบรวมไว้เมื่อตนมีโอกาสที่ประชาชนทั่วประเทศไว้วางใจ ตนจะเป็นคนขับเคลื่อนในทุกๆเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีการเปลี่ยนแปลงให้จงได้
ด้าน นายกัณวีร์ หัวหน้าพรรคพลวัต กล่าวว่า พรรคพลวัตเสนอแนวนโยบายหลัก 3 ขา ขาที่ 1 คือการยกระดับเรื่องสันติภาพให้เป็นวาระแห่งชาติ แม้จะมีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการเจรจาเกิดขึ้นจริง รัฐบาล 3 ชุดหลังการเลือกตั้งปี 2566 ไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการพูดคุยต่อไปได้ขาที่ 2 พรรคมองว่าการแก้ปัญหาของรัฐตลอด 22 ปี เป็นการเริ่มต้นที่ผิดพลาด รัฐใช้งบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีของประชาชนกว่า 560,000 ล้านบาทในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นตอได้ ขาที่ 3 คือการปฏิรูปโครงสร้างระบบราชการ ปัจจุบันโครงสร้างการบริหารในพื้นที่มีความซ้ำซ้อน ทั้งฝ่ายความมั่นคง ส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้จะมีการกระจุกตัวของหน่วยงานรัฐจำนวนมาก แต่กลับไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน กลับกลายเป็นอุปสรรค
“ ในส่วนประเด็นกระบวนการพูดคุยสันติภาพนั้น นายกัณวีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการพูดคุยสันติภาพมีความละเอียดอ่อนและมีตัวละครหลายฝ่าย ไม่ใช่เพียงสองฝ่าย แม้ปัจจุบันจะเป็นการเจรจาระหว่างรัฐไทกับฝ่ายขบวนการ แต่ยังมีคำถามถึงความครอบคลุมของตัวแทนสิ่งที่พรรคพลวัตเสนอคือ การให้ประชาชนเข้ามาเป็นตัวแทนในกระบวนการเจรจา เพื่อเปิดพื้นที่ให้กลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแสดงตนอย่างเปิดเผย และเข้าสู่กระบวนการพูดคุยอย่างโปร่งใส โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การพูดคุยต้องเป็นกระบวนการแบบเปิด เผยตรงและตรวจสอบได้ ประชาชนต้องมีสิทธิ์ตัดสินว่า บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นตัวแทนของตนจริงหรือไม่ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐหรือฝ่ายขบวนการ หากประชาชนไม่ยอมรับ ก็ไม่อาจถือเป็นตัวแทนได้ หากพรรคมีโอกาสรับผิดชอบ จะต้องเปลี่ยนกระบวนการพูดคุยสันติภาพให้ถูกต้องตามกรอบกฎหมายสากล และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติในเวทีโลก” นายกัณวีร์ กล่าว

////////////////////// 3 กุมภาพันธ์ 2569

