ทำร่ายร่างกายพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – สาวหอบลูกหนีถูกสามีซ้อมน่วม แฉคำพูดตำรวจซ้ำเติม เลือกเองต้องยอมรับ

ปทุมธานีสาวหอบลูกหนีถูกสามีซ้อมน่วม แฉคำพูดตำรวจซ้ำเติม เลือกเองต้องยอมรับ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 6 ม.ค.69 จากกรณีเพจดัง ได้โพสต์ข้อความถึงหญิงสาวคนนึง ที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายทั้งๆที่ตัวเองอุ้มลูกอยู่จนหัวคมำ สาเหตุมาจากเรื่องการเงิน ภายหลังจำได้ว่าเล่น แอพ หาคู่ พอเจ้าตัวถามกลับถูกถวายมาทาแทนคำตอบ หลังปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับได้คำตอบว่า “เลือกเอง ต้องยอมรับ” ตอกย้ำความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับตัวเองซ้ำอีก เจ้าตัวตัดสินใจหนีออกจากบ้านพร้อมลูกน้อย แต่สามีก็ยังตามมาระรานไม่ห่าง ร้องขอความเป็นธรรมกับ
ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบคุณไข่มุก อายุ 28 (ผู้เสียหาย) เปิดเผยให้ทีมข่าวฟังว่า ตนเองทำงานเกี่ยวกับอสังหาฯ รู้จักกับนายแมนซึ่งเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ และได้คบหากันเนื่องจากฝ่ายชาย เป็นคนเรียบร้อยและพูดจาน่ารัก ถึงได้ตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน โดยสัญญากันว่าตนเองจะเป็นคนจ่ายค่ากินค่าเที่ยว ส่วนสามีต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าบ้าน

หลังจากนั้นตนเองพานายแมนไปพบหาคุณพ่อและคุณแม่รวมถึงญาติผู้ใหญ่ ซึ่งนายแมนก็เข้ากับที่บ้านของตัวเองได้ดีเนื่องจากเป็นคนเรียบร้อย พูดจาดีมีสัมมาคารวะ ต่อมาตนเองตั้งท้องและได้คลอดลูก หลายๆอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากตนเองต้องดูแลลูก ต้องหยุดงาน ทำให้รายได้เริ่มขาดมือ ซึ่งต้องรอเงินหากสามีเพื่อมาใช้จ่ายเท่านั้น ทำให้ตอนไหนสามีทะเลาะกันบ่อย และสามีเริ่มทำร้ายร่างกาย ตนเองพยายามหางานเล็กๆน้อยๆทำ แต่รายได้ก็ไม่เพียงพอมาจุนเจือครอบครัว วันหนึ่งขณะที่สามีสับไก่ให้สุนัขกิน ตนเองหยอกล้อสามีว่า “อย่าไปแย่งสุนัขกินนะ” ทำให้สามีไม่พอใจสาดน้ำกระท่อมใส่ตนเองทันที ทำให้ตนเองตกใจ จากนั้นสามีได้ถีบตนเองทั้งๆที่ตนเองอุ้มลูกอยู่ ซึ่งสามีทำแบบนี้หลายครั้งแต่ตนเองก็อดทนเรื่อยมา ต่อมาตัวเองเห็นโทรศัพท์ของสามี ได้โหลดแอพพลิเคชั่น หาคู่ไว้ในโทรศัพท์ ตนจึงโหลดแอพพลิเคชั่นมาเพื่อเข้าไปดู ปรากฏว่าเจอรูปสามีจริงๆ ตนจึงถามกับสามี แต่ไม่ได้คำตอบ ทำให้เกิดการทะเลาะกัน สามีลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกายตนเองด้วยการถีบและเตะคณะที่ตนเองอุ้มลูกอยู่ ตนจึงตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ แต่สามีกลับท้าทายว่า “มึงกับกูไม่ได้หรอก หากูให้เจอแล้วกัน”สิ่งที่ตนเองรู้สึกเสียใจที่สุดคือพอเจ้าหน้าที่ตำรวจมา ตนเองได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพูดว่า “เลือกเอง ต้องยอมรับ” ทำให้ตนรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจกว่าเดิม จึงพูดไปว่า “จะให้ตนเองตายก่อนหรือไงถึงจะช่วย”


ในเมื่อพึ่งพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ จนจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านอุ้มลูกน้อย เดินเท้าประมาณ 4-5 กิโล เพื่อไปขอความช่วยเหลือกับตาของตนเอง หลังจากที่ตนหลบหนีออกมาสามีก็ตามมาที่บ้านของตาแต่โชคดีที่ตาอยู่ด้วยถึงไม่เกิดเรื่อง แต่สามีก็บอกว่าจะกลับมาอีก ตนจึงตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง ในเวลาต่อมา สิ่งที่ตนเองออกมาพูดในวันนี้เนื่องจากอยากใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยไม่อยากเป็นที่ระบายอารมณ์ของใคร พ่อแม่ของตนเองได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือตนเองและลูกน้อยเพียงลำพัง ตนเองฝากบอกกับสามีว่า เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว มีหน้าที่เลี้ยงดูภรรยาและลูก แต่กลับมาทำร้ายตนเองทั้งๆที่ตนเองอุ้มลูกอยู่ อยากถามว่าผู้ชายแบบนี้ยังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่
ด้านแมน อายุ 32 ปี สามี ได้เดินทางมาที่สภ.คลองหลวง เพื่อเข้าพบพ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง ซึ่งวันเกิดเหตุตนเองเข้าห้องน้ำแฟนสาวไปปิดวาล์วน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหล ตนเองจึงออกมาถามว่าปิดน้ำทำไม จากนั้นตนเองก็ห้องไปปูที่นอน ซึ่งแฟนสาวแสดงท่าทีไม่พอใจ จากนั้นแฟนสาวก็เปิดไฟทั้งทีลูกสาวอายุ 10 เดือน และเปิดประตูเสียงดังจนลูกตื่นและลูกก็ร้อง จากนั้นแฟนสาวก็ลงไปอยู่ด้านล่าง จนแม่ตนเองก็ต้องขึ้นมาอุ้มลูกไป ซึ่งลูกร้องอยู่ครึ่งชั่วโมง จากนั้นตนเองก็จะขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าที่แฟนสาวล๊อคห้องใส่ผมอยู่พักใหญ่ จากนั้นแฟนสาวก็จะมากระชากแย่งไปตนเองก็ใช้เท้ายันไป1 ที จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นตนเองก็เตะตูดเขาไป1ที


ทางด้านของ พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกกสส.สภ.สภ.คลองหลวง ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้เรียกตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนและไกล่เกลี่ย เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีของครอบครัว การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายในครอบครัว ซึ่งมีความละเอียดอ่อนกว่าคดีอาญาทั่วไป เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การหาคนผิด แต่คือการ รักษาความสัมพันธ์ และ ยุติความรุนแรง ในส่วนของสายตรวจที่ลงพื้นที่ไปตรวจแล้วพูดกับผู้เสียหายว่า “เลือกเอง ต้องยอมรับ” เจ้าหน้าที่ลงไปเพื่อระงับเหตุและใช้คำพูดที่ออมชอม อาจทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่สบายใจ ในข้อนี้ตนเองจะเรียกผู้ใต้บังคับบัญชามาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง