ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

“ชีวะภาพ” บุกสิงห์บุรี กางแผนดันพ.ร.บ.ข้าว-ปั้นเมืองคาร์บอนต่ำ ชู “นาเปียกสลับแห้ง” ทางรอดชาวนายุคน้ำมันแพง

“ชีวะภาพ” บุกสิงห์บุรี กางแผนดันพ.ร.บ.ข้าว-ปั้นเมืองคาร์บอนต่ำ ชู “นาเปียกสลับแห้ง” ทางรอดชาวนายุคน้ำมันแพง

 

“สว.ชีวะภาพ ชีวะธรรม” ปั้น “สิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์” เมืองคาร์บอนต่ำ โชว์กึ๋นพลิกโฉมสิงห์บุรี เลิกง้อน้ำมันหันใช้แดด ดันโมเดลนาหมักฟาง-หยุดเผา ย้ำต้องภูมิใจไปชั่วลูกชั่วหลาน

 

วันที่ 30 เมษายน 69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว.สิงห์บุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) พร้อมด้วยนายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สว.สิงห์บุรี นายกมล สุขคะสมบัติ สว.สิงห์บุรี นายจำลอง อนันตสุข สว.สุพรรณบุรี น.ส.อมร ศรีบุญนาค สว.ชัยนาท และนายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สว.สมุทรปราการ นำคณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี โดยมีน.ส.วีรวรรณ จันทนเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนเข้ารับฟังปัญหาการทำนาข้าวของเกษตรกร , แผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว , ปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมทั้งแผนการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการสิงห์บุรีแซนด์บ็อกซ์ เพื่อผลักดันให้จังหวัดสิงห์บุรีเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ

จากนั้นในช่วงบ่าย นายชีวะภาพ นำสว.พบประชาชนที่บริเวณ ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต.ต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เพื่อติดตามการทำนาเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นเทคนิคการให้น้ำในนาข้าวแบบเปียกๆแห้งๆ เพื่อกระตุ้นการแตกกอและกระตุ้นให้รากข้าวได้ออกหาน้ำ โดยมีนางจรรยา พูนผลกุล ประธานศูนย์ฯ นำสมาชิก 30 รายนำเสนอข้อดี-ข้อเสียถึงการเก็บเกี่ยวและจัดการฟางข้าว โดยการหมักฟางข้าวมีข้อดีในการลดการใช้ปุ๋ย ลดการเผา ทำให้ฝุ่น PM 2.5 มีค่าเฉลี่ยที่ลดลง ส่วนข้อเสียคือทำให้เกิดต้นทุนการไถ การสูบน้ำหมักนา และเพิ่มระยะเวลาในการเตรียมดิน นอกจากนี้สมาชิกยังมีข้อจำกัดในด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงและราคาน้ำมันที่ยังคงผันผวน จึงอยากให้ทางวุฒิสภาช่วยผลักดัน สนับสนุนงบประมาณหรือมาตรการลดต้นทุนปัจจัยการผลิตและส่งเสริมการผลิตปุ๋ยใช้เองในชุมชน

 

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ทางวุฒิสภากำลังเร่งศึกษาและผลักดันพ.ร.บ.ข้าว เพื่อเป็นกลไกในการดูแลชาวนาให้เป็นไปด้วยความสัมฤทธิ์ผล ทั้งในเรื่องของต้นทุน ปัจจัยการผลิต ราคาปุ๋ย ความรู้เชิงหลักวิชาการและการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศ ขณะเดียวการทำนาแบบเปียกสลับแห้งยังเชื่อมโยงถึงการช่วยลดโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ได้ผลผลิตเยอะ โดยมีต้นแบบมาจากแผนลดโลกร้อนจากโครงการ “สระบุรี แซนด์บ็อกซ์”และ “ขอนแก่นอีโคซิตี้” จนกลายเป็นเมืองสีเขียว เมืองแห่งความสมาร์ท สามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัยมาผสมผสาน มีแผงโซล่าเซลล์ติดตั้งอยู่เต็มหลังคา ขณะที่ในอ่างเก็บน้ำก็มีโซล่าเซลล์ลอยน้ำขนาดใหญ่ สามารถเปิดแอร์-ใช้ไฟฟ้าได้อย่างภาคภูมิ

 

“จังหวัดสิงห์บุรีน่าจะแห่งที่ 3 ซึ่งกำลังจะเข้าสู่แผนงานดังกล่าว และพบว่าภาคส่วนต่างๆตอบรับเป็นอย่างดี เชื่อว่าเมืองเล็กๆแบบนี้สามารถขับเคลื่อนทำได้ เพื่อลดการใช้น้ำมันแล้วหันมาใช้โซล่าเซลล์ หากโครงการนี้สำเร็จจริงได้ จะกลายเป็นความภูมิใจไปชั่วลูกชั่วหลาน” นายชีวะภาพ กล่าว.