ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

นายทหารพระธรรมนูญ คุม ทหารเกณฑ์ มือยิงนักฟุตบอล เข้ามอบตัวแล้ว ขณะที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ก่อนส่งตัวขึ้นศาลทหาร ขณะที่ญาติเผย ปมเหตุเกิดจากการแข่งขันฟุตบอลหมู่บ้าน

นายทหารพระธรรมนูญ คุม ทหารเกณฑ์ มือยิงนักฟุตบอล เข้ามอบตัวแล้ว ขณะที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ก่อนส่งตัวขึ้นศาลทหาร ขณะที่ญาติเผย ปมเหตุเกิดจากการแข่งขันฟุตบอลหมู่บ้าน

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ความคืบหน้าเหตุคนร้าย ยิง นายอดินันท์ อายุ 29 ปี นักฟุตบอลของ ม.8 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา จนเสียชีวิต หลังแข่งขันฟุตบอลรายการ “ท่าม่วงคัพ” ที่สนามกีฬาในตำบลท่าม่วง ซึ่งจัดขึ้นในงานแข่งขันกีฬาประจำปี 2569 ของ อบต.ท่าม่วง ช่วง 17.00 น. เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 ที่ผ่านมา

ล่าสุดเช้าวันนี้ นายทหารพระธรรมนูญ และผู้บังคับกองร้อย หน่วยทหารค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้นำตัว นายสุกัญ สุวรรณโณ อายุ 20 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัด เข้ามอบตัวต่อ พันตำรวจเอก ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผู้กำกับการ สภ.ห้วยปลิง หลังขี่รถจักรยานยนต์บิกไบก์หลบหนีไปหลังก่อเหตุ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำเบื้องต้นที่ สภ.ห้วยปลิง ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยปลิง แจ้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนฯ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ได้โยนทิ้งลงคลองแล้วระหว่างหลบหนี

ด้าน พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ ขวัญศรี ผู้กำกับการ สภ.ห้วยปลิง เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุก็รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง และเป็นเหตุซึ่งหน้า โดยเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เนื่องจากฝ่ายผู้เสียชีวิตมีพวกจำนวนมาก โดยพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยปลิง แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง, พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยปลิง ก็ส่งตัวผู้ต้องหาเข้าศาลทหาร ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ส่วนที่บ้านของผู้เสียชีวิต ที่บ้านหนองสาหร่าย หมู่ 8 ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา มีญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิต ไปเคารพศพผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง ท่ามกลางความโศกเศร้า และครอบครัวเตรียมเคลื่อนศพไปฝังที่กุโบร์ในหมู่บ้านช่วงเที่ยงวันนี้ ซึ่งนาย บาเหม มะสะ อายุ 64 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ก็บอกว่า ลูกชายเป็นนักกีฬาฟุตบอลมานานหลายปี และครั้งนี้ก็ลเล่นให้กับทีมหมู่บ้าน ซึ่งเป็นกีฬาระดับ อบต. แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะมาพบจุดจบของชีวิต โดยก่อนไปแข่งขัน ก็ไม่มีลางสังหรณ์บอกเหตุอะไร และเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ตนก็ขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเด็ดขาด

ขณะที่หลานของผู้เสียชีวิต และอยู่ในเหตุการณ์ ก็บอกว่า ต้นเหตุเกิดจากการแข่งขันฟุตบอล โดยระหว่างการแข่งขัน หลานชายของผู้เสียชีวิตที่เล่นฟุตบอลทีมเดียวกัน ได้กระทบกระทั่งกับนักฟุตบอลอีกทีม ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยสกอร์ 0 ต่อ 0 จากนั้นเมื่อออกมาจากสนาม ทั้ง 2 ทีมก็เดินไปขอโทษกัน แล้วแยกย้าย แต่ระหว่างที่กำลังนั่งพัก และรอชมฟุตบอลคู่ต่อไป ปรากฎว่า ผู้ก่อเหตุได้เดินเข้าไปถาม หลานชายของผู้เสียชีวิตว่าชี้หน้าทำไม ก่อนจะชกต่อยกัน แล้วผู้เสียชีวิตก็เข้าไปช่วยหลานชายตัวเอง สุดท้ายผู้ก่อเหตุ ก็ชักอาวุธปืนยิงทันที กระสุนเข้าที่ราวนมขวา รักแร้ซ้าย และข้อเท้าขวา

หลัง นายสุกัลย์ สุวรรณโณ คนก่อเหตุ เข้ามอบตัวได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ว่า ไม่ได้แค้นครับ ผมโดนกระทำก่อน คือว่าผมจะเดินกลับครับวันนั้น ไปซื้อของให้เมียครับ แล้วพอผมจะเดินกลับ เขาเรียกผม แล้วเขาก็เดินมาหาผม เกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน

มีปากเสียงกันครับ แล้วก็คนที่สามนมากระโดดถีบเข้าคอครับ แล้วก็ผมโดนรุมครับ

แล้วหลังจากนั้นเราหลบหนี ในหัวคิดมั่วหมดเลยครับ แบบไม่ได้ตั้งหลักอะไร ขี่ไปเรื่อยๆ หนีแบบไม่ได้หนีตกใจด้วยครับ เครียดด้วยหลายๆ เรื่อง

พอตั้งสติได้ ติดต่อเมีย ขอโทษจากใจครับ ไม่ได้ตั้งใจครับ แต่จังหวะนั้นคือผมโดนรุมต่อหน้าผู้คนเยอะเลยใช่ไหมครับ ผมโดนกระทำครับ

ผมคนเดียวครับ ที่เหลือเพื่อนเขาหมดเลยครับ ประมาณ 20-30 คนได้ครับ ยิงด้านนอกครับ บอลเลิกพอดีครับ คือมีปืนอยู่แล้วครับ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ผมพกแบบ พื้นที่สามจังหวัดด้วยครับ ผมก็กลัวอะไรแบบนี้ ก็เลยพกติดตัวไว้ก่อน พกไว้ให้อุ่นใจครับเพราะเป็นพื้นที่สามจังหวัดครับ ไม่คิดว่าจะเจอเขาครับ พอผมจะมาซื้อของให้เมียเลยแวะดูนิดนึงครับ คนเยอะครับ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับภรรยาของผู้ก่อเหตุและได้สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งทางภรรยาได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวว่า

ภรรยาคนก่อเหตุ ได้เล่าว่า พอดีช่วงก่อนเกิดเหตุตนได้ใช้ให้แฟนไปซื้อเน็กเกต จากนั้นแฟนของตนก็ได้แวะดูฟุตบอลที่บริเวณสนามฟุตบอลซึ่งเป็นฟุตบอลของหมู่บ้านแข่งกัน แฟนก็เลยแวะดูตามประสาแก จากนั้นตนก็มาทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุแล้วซึ่งตอนนั้นตนนอนเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านและพ่อของตนก็ได้วิ่งมาบอกว่าแฟนของตนได้ก่อเหตุไว้ พอหลังเกิดเหตุตนรู้สึกเสียใจมากเพราะมีการลงข่าวในด้านลุกไม่ระบุว่าสาเหตุเกิดจากอะไร อย่างนั้นหลังทราบว่าแฟนของตนได้ก่อเหตุตนได้โทรตามแฟนของตนเพราะทราบว่าแฟนของตนได้หนีไป ซึ่งจริงๆแล้วแฟนของตนไม่ได้หลบหนีไปไหนแต่เพียงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วช่วงจังหวะแฟนของตนรับสายตนก็บอกว่า ‘ให้กลับมาที่บ้าน แต่แฟนของตนบอกว่าเดี๋ยวกลับเพราะตอนนี้กำลังตกใจกับเหตุการณ์และก็ไม่ตั้งใจยิงซึ่งตอนนั้นโดนรุมทำร้าย‘

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา