ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

กอ.รมน. เปิดเวทีถอดรหัส “สงครามข่าวสาร”จชต. ดึงนักวิชาการ-คนรุ่นใหม่ สื่อสารความจริงสู้การบิดเบือน

นราธิวาส/ข่าว-ฮามีดะห์

 

กอ.รมน. เปิดเวทีถอดรหัส “สงครามข่าวสาร”จชต. ดึงนักวิชาการ-คนรุ่นใหม่ สื่อสารความจริงสู้การบิดเบือน

 

ศปป.5 กอ.รมน. รุกหนักงานมวลชนสัมพันธ์ เปิดเวทีเสวนา “เข้าใจให้ทันการณ์ สื่อสารให้ทันใจ” ที่นราธิวาส หวังติดอาวุธทางปัญญาให้เจ้าหน้าที่รัฐและนักปกครอง ย้ำหัวใจสำคัญต้อง “เร็ว-จริง-แม่น” สกัดกั้นการบิดเบือนชุดความคิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ด้านวิทยากรประสานเสียงชี้ต้องแก้ปมประวัติศาสตร์ควบคู่การเคารพอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5 กอ.รมน.) เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “เข้าใจให้ทันการณ์ สื่อสารให้ทันใจ ทั้งนอกและใน จชต.” เพื่อติดอาวุธทางความคิดให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ในการรับมือกับชุดข้อมูลบิดเบือนที่มุ่งเป้าสร้างความเข้าใจผิดในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยมีบุคลากรจากภาคส่วน

ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง

 

โดยในเวทีเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ที่มาสะท้อนมุมมองและทางออกของการสื่อสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ครอบคลุมทั้งมิติด้านความมั่นคง วิชาการ และภาคประชาสังคม ประกอบด้วย

1.พล.ต. เกียรติชัย โอภาโส (ผู้บัญชาการวิทยาลัยการทัพบก) ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ที่มาฉายภาพประวัติศาสตร์การใช้นโยบายการทหารนำการเมือง และแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อลดอุปสรรคในการแก้ปัญหา จชต. ในปัจจุบัน

2.พ.อ. ปฐพี พุทรผล (รองเสนาธิการ ศูนย์สันติวิธี) รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการหลัก เชื่อมโยงประเด็นยุทธศาสตร์ภาครัฐเข้ากับความต้องการของประชาชน เพื่อสร้าง “จุดร่วม” ในการสื่อสารที่ยั่งยืน

3.ผศ.พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) นักวิชาการที่มาวิเคราะห์ลึกถึงแนวคิดการกำหนดชะตากรรมตนเอง (RSD) ตามหลักสากล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันการนำไปบิดเบือนใช้ในทางที่ผิด

4.นายจีรวุฒิ (อุไรรัตน์) บุญรัศมี (นักวิชาการอิสระ) ผู้เกาะติดสถานการณ์และโครงสร้างของขบวนการในพื้นที่ ที่มาให้ข้อมูลเชิงลึกเรื่องการต่อสู้ทางความคิด และผลกระทบจากการสร้างความเกลียดชังที่ส่งผลต่อผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม

5.นายประดิษฐ์ หลำเร๊ะ (พิธีกร ศอ.บต./กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ตัวแทนภาคการสื่อสารมวลชนในพื้นที่ ที่เน้นย้ำเรื่องการรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมมลายู และการสื่อสารเพื่อสร้างความเท่าทันต่อกระแสข่าวบิดเบือนในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใหม่

 

ด้านพลโท ประเสริฐ เปิดเผยถึงวัตถุประสงค์หลักว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. ยังคงมีความพยายามจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีในการใช้ชุดความคิดที่บิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน ดังนั้น กลไกของรัฐโดยเฉพาะระดับปฏิบัติการ เช่น ปลัดอำเภอ หรือเจ้าหน้าที่ที่ต้องใกล้ชิดประชาชน จำเป็นต้องมี “Talking Point” หรือประเด็นสื่อสารที่ชัดเจนและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

“หัวใจสำคัญคือการสื่อสารที่รวดเร็วและต้องทำก่อนที่ข้อมูลจะถูกบิดเบือน เราต้องทำให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจในข้อมูล กล้าที่จะสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาครัฐเข้ามาปฏิบัติงานเพื่อความสงบสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในพื้นที่จริงๆ” ผอ.ศปป.5 กอ.รมน. ระบุ

 

สำหรับเวทีเสวนาครั้งนี้ ได้มีการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ คือการมองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมถ่ายทอดมุมมองที่น่าสนใจ อาทิ

พล.ต. เกียรติชัย โอภาโส สะท้อนภาพการใช้นโยบายการทหารนำการเมืองในอดีตที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหา และเสนอแนวทางปรับปรุงในปัจจุบัน

 

ผศ.พันธุ์พิพิธ พิพิธพันธุ์ จาก ม.สงขลานครินทร์ ปัตตานี วิเคราะห์พัฒนาการของแนวคิด ‘การกำหนดชะตากรรมตนเอง’ (RSD) ที่ถูกนำมาใช้เคลื่อนไหวในพื้นที่

 

นายประดิษฐ์ หลำเร๊ะ พิธีกรชื่อดัง และ นายจีรวุฒิ (อุไรรัตน์) บุญรัศมี นักวิชาการอิสระ ร่วมวิพากษ์เรื่องการรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมมลายู และการรับมือกับขบวนการบิดเบือนข้อมูลในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่เยาวชน

 

โดยประเด็นที่น่าสนใจในช่วงการเสวนาคือการชี้ให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มบีอาร์เอ็น (BRN) ในการสร้างความเกลียดชังผ่านประวัติศาสตร์บาดแผล ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่า รัฐต้องกล้าพูดความจริงเรื่องสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และต้อง “สื่อสารให้ถึงหัวใจ” ของคนทุกกลุ่มเพื่อลดเงื่อนไขความรุนแรง

 

โดยในช่วงท้ายของการเสวนา นายจีรวุฒิ บุญรัศมี และวิทยากรท่านอื่นได้เสนอแนะถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต โดยเน้นการสร้างความเข้าใจกับเยาวชนในสถานศึกษาเพื่อป้องกันการบ่มเพาะทางความคิดผ่านโลกออนไลน์ และผลักดันให้รัฐใช้นโยบายที่เน้นการเคารพอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียม เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มขบวนการใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนมาเป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชังระหว่างคนในพื้นที่

 

อย่างไรก็ตามการจัดเวทีครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขับเคลื่อนการสร้างความเข้าใจทั้งในและนอกพื้นที่ จชต. ระหว่างวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมพื้นที่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี เพื่อวางรากฐานการสื่อสารภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป