ปทุมธานี – รฟท. รับปากแก้ด่วน บิ๊กแจ๊สนายกยุทธ นำทีมเจรจาจบสวย คืนสภาพทางน้ำ ชดใช้บ้านพัง สยบวิกฤตรถไฟความเร็วสูงคลองหลวง
ปทุมธานี รฟท. รับปากแก้ด่วน บิ๊กแจ๊สนายกยุทธ นำทีมเจรจาจบสวย คืนสภาพทางน้ำ ชดใช้บ้านพัง สยบวิกฤตรถไฟความเร็วสูงคลองหลวง
รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ กล่าวขอโทษชาวบ้าน เตรียมระดมเครื่องจักรลงพื้นที่สัปดาห์หน้า รื้อท่อเล็กกู้คืนร่องน้ำเดิม ป้องกันน้ำท่วมกว่าหมื่นหลังคาเรือน ด้านนายกยุทธทม.คลองหลวง เผยข้อตกลงชัดเจน เตรียมชดเชยบ้านร้าว สั่งผู้รับเหมาตั้งโต๊ะรับฟังปัญหา เลิกแก้ปัญหาปลายเหตุ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง, นางสาวพรปริญญา ศรีจันทร์ สมาชิกสภา อบจ.เขตเลือกตั้งที่ 5 อ.คลองหลวง และนายพงศธรรศ รุจิพุฒธันยพัต นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดปทุมธานี นำตัวแทนชาวบ้านกว่า 80 คน จากชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง (อาทิ ชุมชนไวท์เฮ้าส์, 8 ไร่, เทพประทาน) เข้าหารือกับ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารและบริษัทผู้รับเหมาที่ทำการก่อสร้าง ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางออกกรณีผู้รับเหมาถมดินปิดลำรางระบายน้ำเดิม ทำให้ชาวบ้านกว่า 30,000 คนได้รับผลกระทบ และปัญหาบ้านเรือนแตกร้าว ซึ่งผลการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี รฟท. ยอมรับข้อเสนอและเตรียมลงพื้นที่แก้ไขทันที

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟฯ ได้กล่าวขอโทษและรับปากกับชาวบ้านว่า ทาง รฟท. ขอรับทราบปัญหาและกราบขอโทษพี่น้องประชาชนสำหรับผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง ขณะนี้เรารับทราบปัญหาแล้วและจะเร่งรัดการแก้ไข ภายในสัปดาห์หน้าจะเริ่มลงมือทำงานทันที โดยเฉพาะการแก้ไขแหล่งน้ำและร่องน้ำต่างๆ โดยทาง อบจ.ปทุมธานี จะนำเครื่องจักรและทรัพยากรเข้ามาร่วมบูรณาการทำงานด้วยกัน เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ
ด้าน นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง เปิดเผยถึงรายละเอียดข้อตกลงว่า การหารือวันนี้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและรวดเร็ว โดยมีแนวทางคือ แก้ปัญน้ำท่วม ร่องน้ำที่ถูกถมปิดไปจะถูกแก้ไขให้กลับมาเป็นร่องน้ำเดิมที่สามารถระบายน้ำได้จริง โดยจะสรุปวิธีการทำงานที่ชัดเจนในสัปดาห์หน้า เยียวยาบ้านเรือน บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายแตกร้าวจากการก่อสร้าง จะมีการทำบันทึกและชดใช้ให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทุกราย ปรับการทำงานของผู้รับเหมา รฟท. สั่งการให้ผู้รับเหมาต้องรับฟังปัญหาของชาวบ้านทุกเรื่อง หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาล่วงหน้า จะไม่มีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอีกต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้กล่าวถึงที่มาและความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้อย่างละเอียดว่า มันต่อเนื่อง จากที่พี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชนทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นไวท์เฮ้าส์ เทพประทาน หงสกุล 8 ไร่ นะฮะ ก็รวมกันไปหาผมที่ อบจ. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วเราก็รู้แล้วปัญหาของพี่น้องประชาชนคืออะไร นะผลกระทบจากการที่ทางการรถไฟเนี่ย ก่อสร้าง นะรถไฟความเร็วสูงอะไรต่างๆ เนี่ย มันเกี่ยวกับทางระบายน้ำ แต่ตรงนั้นเป็นที่ต่ำอยู่แล้ว เราก็รู้อยู่แล้วเป็นที่ต่ำ แต่ถ้าเกิดไปปิดทางระบายน้ำ น้ำไปออกคลองเปรมประชากรไม่ได้ นะไม่ได้ ทันเวลาฝนตกหนักเนี่ย มันก็ท่วมบ้าน นะฮะ อันนี้พี่น้องเดือดร้อนจริงๆ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวต่อว่า นะผมก็ได้ประสานงานกับท่านยุทธศักดิ์ นะท่านนายกคลองหลวง ท่านก็เลยบอกว่า ท่านก็ลงไปดูเอง หลังจากที่พี่น้องไปพบผมกัน ท่านไปดูเอง ก็เลยนัดหมายมาว่า การจะแก้ปัญหาได้ต้องได้รับความร่วมมือจากการรถไฟ รฟท. ผมก็ประสานกับท่านอนันต์ โพธิ์นิ่มแดงแล้วท่านก็ พอท่านรู้ปัญหา ท่านบอกเอาเลย ท่านนัดวันนี้เลย เพราะท่านก็เร็ว นะครับ เพื่อรีบช่วยกันแก้ปัญหา วันนี้ ก็ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ผลการเจรจากัน ตกลงกันเป็นที่น่าพอใจ และจะรีบลงไปแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชนไม่เดือดร้อนโดยเด็ดขาด
โดย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ชาวบ้านกว่า 100 คน ได้บุกร้องเรียนที่ อบจ.ปทุมธานี ทั้งน้ำตา ระบุว่าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงได้ถมดินปิดคูน้ำเดิมที่กว้าง 6-8 เมตร และนำท่อขนาดเพียง 80 เซนติเมตรมาวางแทน ทำให้ชาวบ้านกว่าหมื่นครัวเรือนผวาหนักกลัวน้ำท่วมมิดหลังคาบ้านหากฝนตก เนื่องจากพื้นที่ชุมชนต่ำกว่าถนนพหลโยธินถึง 1-2 เมตร นอกจากนี้ยังมีปัญหาแรงสั่นสะเทือนทำผนังบ้านร้าว และการปิดเส้นทางสัญจรจนเด็กนักเรียนเดินทางลำบาก

นายกแจ็สกล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากปัญหาเรื่องการก่อสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงแล้ว อีกหนึ่งชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความไม่พอใจอย่างหนัก คือ เรื่องของสถานีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งตามแผนของโครงการ เส้นทางดังกล่าวจะวิ่งผ่านพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเป็นระยะทางยาว แต่กลับไม่มีการตั้งสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเลย (มีเพียงการผ่านจากสถานีดอนเมืองไปยังสถานีอยุธยา) ทำให้ชาวปทุมธานีรู้สึกไม่สบายใจเหมือนไม่มีคุณค่าซำ้ยังตนเองต้องรับภาระผลกระทบจากการก่อสร้าง ทั้งฝุ่นควัน เสียง และปัญหาน้ำท่วม โดยไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจาก รวมถึงรับการได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่แต่อย่างใด
ความไม่พอใจและข้อกังวลเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากเวที การทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ของโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เพิ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมเทศบาลนครรังสิต ซึ่งผลปรากฏว่ามติของชาวบ้าน “ไม่ผ่านการทำประชาพิจารณ์” เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่กังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และความไม่เป็นธรรมที่ต้องเสียสละพื้นที่โดยขาดการชดเชยที่เหมาะสม ซึ่งทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เคยลั่นวาจาไว้ว่าหาก รฟท. ไม่เร่งแก้ไข ก็จะไม่ห้ามหากชาวบ้านรวมตัวปิดไซต์งานก่อสร้าง

ซึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ผมไม่ได้เน้นเยียวยานะครับ ผมเน้นป้องกันครับ ผมต้องไม่ให้เหตุเกิด ตรงนี้ขอให้เข้าใจด้วย ว่าวันนี้ผมจะป้องกันถึงที่สุด แต่ถ้ามันไม่ไหว มันก็ค่อยไปถึงขั้นตอนเยียวยา แต่ถ้าถึงขั้นตอนเยียวยาปุ๊บ เราต้องใช้คำพูดว่า ‘รู้งี้’ นะครับ ผมไม่เคยใช้คำพูดว่า ‘รู้งี้’ เราเป็นนักการเมืองมาอยู่กับประชาชนถ้าเราใช้คำว่า ‘เอ๊ย รู้งี้ รู้งี้’ ประชาชนเดือดร้อนเลยนะ มันสายไป แล้ววันนี้เรามาหารือ ผมขอบคุณน่ะทางท่านผู้ว่าฯ และทีมงานที่ให้โอกาสพี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชนทั้งหมดเอาปัญหาสะท้อนมาระบายให้ท่านฟังด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นมีอะไร เดี๋ยวขอให้ช่วยกัน ทางบริษัทอย่าดันทุรัง เอาแต่คุณทำตามแบบ แต่ถ้าคุณจะดันทุรังใช้คำพูดที่ไม่ดีกับประชาชนนะครับ ผมก็ใช้คำพูดที่ไม่ดีกับท่านแน่นอน ผมมีวิธีที่จะดำเนินการ ถ้ายังพูดไม่ดีนะกับประชาชนนะ ถ้าเอาแต่บ้าอำนาจเข้าไปใส่ประชาชนนะ คุณเจอผมแน่
ทั้งนี้ ภายหลังจากการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน รฟท., อบจ.ปทุมธานี, ทม.คลองหลวง และตัวแทนชาวบ้าน จะมีการจัดประชุมย่อยและลงตรวจสถานที่จริง เพื่อเร่งรัดแผนปฏิบัติการคืนสภาพร่องน้ำและเคลียร์พื้นที่ให้แล้วเสร็จ ก่อนที่ฤดูฝนจะมาถึงอย่างเต็มรูปแบบเพื่อความอุ่นใจของประชาชนชาวคลองหลวง


