ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ชาวบ้านซองกาเรียสุดทน! ร่อนจดหมายเปิดโปง “มาเฟียปกครองท้องถิ่น” แฉขบวนการฮุบที่ดิน ส.ป.ก. ขายให้นายทุน พร้อมแฉคลิปนาทีผู้ใหญ่บ้านกร่างเมาแอ๋ชักปืนขู่ลูกบ้าน จี้ หัวหน้า”นายเชน” พรรคทางเลือกใหม่ ช่วยทลายอิทธิพลมืดหลังกฎหมายในพื้นที่ขยับไม่ออก

ชาวบ้านซองกาเรียสุดทน! ร่อนจดหมายเปิดโปง “มาเฟียปกครองท้องถิ่น” แฉขบวนการฮุบที่ดิน ส.ป.ก. ขายให้นายทุน พร้อมแฉคลิปนาทีผู้ใหญ่บ้านกร่างเมาแอ๋ชักปืนขู่ลูกบ้าน จี้ หัวหน้า”นายเชน” พรรคทางเลือกใหม่ ช่วยทลายอิทธิพลมืดหลังกฎหมายในพื้นที่ขยับไม่ออก

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการปกครองท้องถิ่นในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อกลุ่มชาวบ้านจากชุมชนหมู่ 8 บ้านวองกาเรีย ต.หนองลู ตัดสินใจรวบรวมความกล้าส่งหนังสือร้องทุกข์ฉบับด่วนถึง นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ เพื่อขอให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงและทลาย “กำแพงอิทธิพล” หลังถูกผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบมาอย่างยาวนาน โดยมีมูลเหตุความขัดแย้งหลักจากการเปลี่ยน “ที่ดินสาธารณะ” ให้กลายเป็น “ขุมทรัพย์ของนายทุน”

ปมขัดแย้งที่หยั่งรากลึกเริ่มขึ้นที่ที่ดิน ส.ป.ก. หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “พื้นที่สนามบิน” เนื้อที่กว่า 33 ไร่ 3 งาน 91 ตารางวา ซึ่งในอดีตปี 2545 พื้นที่แห่งนี้คือความภาคภูมิใจของชุมชนจากการร่วมใจกันปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ แต่ภาพความทรงจำอันดีงามกลับถูกแทนที่ด้วยร่องรอยของการจัดสรรที่ดินเพื่อผลประโยชน์ เมื่อปรากฏว่าในปี 2553 มีกลุ่มนายทุนอ้างสิทธิครอบครองโดยมี “ลายเซ็น” ของผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 เป็นใบเบิกทางในการรับรองสิทธิอย่างน่าสงสัย จนนำไปสู่การซอยที่ดินแบ่งขายเป็นล็อกๆ สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับชาวบ้านที่เคยร่วมกันดูแลผืนป่าแห่งนี้มาเป็นทศวรรษ แม้ชาวบ้านจะเคยเดินสายร้องเรียนถึงสำนักงาน ส.ป.ก. กลางในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2567 และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบในปี 2568 แต่จนถึงกลางปี 2569 ทุกอย่างยังคงนิ่งสนิทประหนึ่งมี “มือมืด” คอยสกัดกั้นกระบวนการยุติธรรม

ยิ่งไปกว่านั้น พฤติกรรมการบริหารงานภายในหมู่บ้านยังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสอย่างรุนแรง ทั้งกรณีการจัดเก็บค่าน้ำประปาที่สูงถึงหน่วยละ 11 บาท และงบประมาณจัดการขยะที่หายไปในกลีบเมฆ เมื่อชาวบ้านพยายามซักถามในที่ประชุมหมู่บ้านกลับได้รับเพียงคำด่าทอและอารมณ์ฉุนเฉียวจากผู้นำชุมชน โดยผู้ใหญ่บ้านรายนี้มักแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์และอาฆาตมาดร้ายต่อลูกบ้านที่กล้าตรวจสอบ จนชาวบ้านต้องตกอยู่ในความหวาดระแวงและรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ชนวนเหตุที่ทำให้ชาวบ้านหมดความอดทนถึงขีดสุด คือเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลและคลิปจากกล้องวงจรปิดนาทีผู้ใหญ่บ้านรายนี้มีอาการมึนเมาสุราอย่างหนัก โวยวายอาละวาดกลางชุมชน ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย กลายเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วสื่อโซเชียลมีเดีย แต่ที่น่าแปลกใจคือจนถึงขณะนี้ ผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวกลับยังคงนั่งเก้าอี้ตำแหน่งเดิมได้อย่างเหนียวแน่นประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่า “เส้นสาย” ของกลุ่มธุรกิจสีเทาที่หนุนหลังอยู่นั้นอาจใหญ่เกินกว่าที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่จะกล้าข้ามเส้น

จดหมายร้องทุกข์ฉบับนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการขอความช่วยเหลือทั่วไป แต่เป็นการ “ประกาศสงครามกับความอยุติธรรม” ของคนในชุมชนวองกาเรีย ที่ต้องการให้มีการตรวจสอบวินัยขั้นเด็ดขาดและเปลี่ยนตัวผู้นำ เพื่อคืนความสงบสุขและรักษาผืนดินของแผ่นดินไว้ให้ลูกหลาน ก่อนที่อิทธิพลมืดจะกลืนกินหมู่บ้านไปมากกว่านี้ โดยชาวบ้านย้ำชัดว่า “หากปล่อยให้คนผิดลอยนวล ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายจะเหลืออะไรให้ชาวบ้านเชื่อถือ”