ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิสภา จับมือ ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี ดัน “แม่ลา Sandbox” ปรับปรุงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ สู่เส้นทางท่องเที่ยว 4 อำเภอ

กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิสภา จับมือ ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี ดัน “แม่ลา Sandbox” ปรับปรุงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ สู่เส้นทางท่องเที่ยว 4 อำเภอ

(สิงห์บุรี – 14 พฤษภาคม 2569) ท่านชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับ ท่านวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการ เร่งผลักดัน “สิงห์บุรี Sandbox” ชูโมเดลฟื้นฟูลำน้ำแม่ลา พื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นที่ทรงคุณค่าหนึ่งเดียวของจังหวัด สู่การเป็นต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติระดับประเทศ

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่และประชุมหารือร่วมกับ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พบว่าลำน้ำแม่ลามีศักยภาพสูงและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นตามมติ ครม. ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง จึงได้ร่วมกันวางแนวทางเชิงรุกภายใต้โครงการ “สิงห์บุรี Sandbox” เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน โดยเน้นย้ำการใช้หลักวิชาการเข้ามาออกแบบฝายกั้นน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำให้เหมาะสมตลอดทั้งปี โดยไม่กระทบต่อสภาพธรณีวิทยาเดิม

ทางด้านนายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมรับแนวทางดังกล่าวสู่การปฏิบัติ โดยได้ร่วมกับทางคณะกรรมาธิการฯ กำหนดนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ริมลำน้ำแม่ลา จัดทำโครงการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาให้มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งสายน้ำ และมีความชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณ โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรี (อบจ.) เป็นแกนกลางในการกำกับดูแลภาพรวมให้เกิดความต่อเนื่องหมุนเวียนตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังตั้งเป้ายกระดับให้ลำน้ำแม่ลาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เชื่อมโยงถึง 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน อำเภอเมือง และอำเภอท่าช้าง เพื่อสร้างจุดขายใหม่ให้จังหวัดสิงห์บุรี ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก โดยเน้นย้ำว่าการพัฒนาทั้งหมดนี้ต้องทำให้ระบบนิเวศดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ความร่วมมือระหว่างวุฒิสภาและจังหวัดสิงห์บุรีในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ ‘แม่ลา Sandbox’ กลายเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ยั่งยืน และเป็นโมเดลต้นแบบในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำที่สามารถสร้างรายได้กลับสู่พี่น้องชาวสิงห์บุรีได้อย่างเป็นรูปธรรม