พาดหัวข่าวอุบัติเหตุ

หนุ่มวัย 37 ปี ขี่ จยย.หอบกับข้าวกลับบ้านหลังเลิกงาน พุ่งชนท้ายรถพ่วงคอนเทนเนอร์ดับสลด ชาวบ้านตั้งคำถามจอดรถมืดไร้สัญญาณเตือน ย่านท่าข้าม

หนุ่มวัย 37 ปี ขี่ จยย.หอบกับข้าวกลับบ้านหลังเลิกงาน พุ่งชนท้ายรถพ่วงคอนเทนเนอร์ดับสลด ชาวบ้านตั้งคำถามจอดรถมืดไร้สัญญาณเตือน ย่านท่าข้าม

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.34 น.

ร้อยตำรวจเอก มอ ระนา รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ท่าข้าม รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 22 ล้อ ภายในซอยอนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นชาย 1 ราย จึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบร่างนาย ศิโรจน์ ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 37 ปี พนักงานขับรถส่งสินค้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กลางถนน สภาพศีรษะแตก มีเลือดไหลออกทางหู จมูก และปาก แขนขวาหักผิดรูป อีกทั้งมีบาดแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง

ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 ไอ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 ขล 7696 กรุงเทพมหานคร ล้มพังเสียหายยับเยินทั้งคัน โดยที่ตะกร้าหน้ารถยังพบถุงกับข้าว ทั้งขนมจีนและส้มตำวางอยู่ สะท้อนภาพชีวิตของชายวัยทำงานที่เพิ่งเลิกงานและกำลังรีบกลับบ้าน พร้อมอาหารมื้อค่ำที่ตั้งใจนำไปฝากครอบครัว แต่กลับไม่มีโอกาสได้เดินถึงหน้าบ้านอีกต่อไป

ห่างออกไปเล็กน้อย พบรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 74-1751 สมุทรปราการ และทะเบียนลูกพ่วง 74-1211 สมุทรปราการ จอดอยู่ริมถนนในจุดเกิดเหตุ โดยมี นาย ณัฐพล ( ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 40 ปี คนขับรถบรรทุก ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยไม่ได้หลบหนี

นายณัฐพล ให้การว่า หลังขับรถนำสินค้ามาส่งในซอยวัดบัวผัน ระหว่างเตรียมเดินทางกลับแหลมฉบังเกิดอาการอ่อนล้าและง่วงนอน จึงตัดสินใจจอดพักริมถนนเพื่อหลับเอาแรง เนื่องจากหากขับออกไปอาจไม่มีจุดจอดพัก

ขณะที่ชาวบ้านซึ่งพักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขี่มาด้วยความเร็ว และเป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถกระบะวิ่งสวนมา ทำให้ผู้ตายพยายามหักหลบ ก่อนเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างแรง อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังมีทรายกระจายอยู่บนพื้นถนน อาจเป็นสาเหตุทำให้รถลื่นและเบรกไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จอดอยู่ริมถนน ไม่มีการตั้งกรวยยาง แผงกั้น หรือสัญญาณไฟเตือนใด ๆ เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบว่ามีรถขนาดใหญ่จอดอยู่ในจุดดังกล่าว ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ตั้งคำถามถึงความปลอดภัย และความเหมาะสมของการจอดรถบรรทุกขนาดใหญ่ในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ทัศนวิสัยไม่ดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และจะประสานญาติเพื่อนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนคนขับรถบรรทุก เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป