ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

กมธ.การทหาร ลุยล้างมาเฟียฮุบป่า! “ราเชน” นำทีมแหวกวงล้อมอิทธิพลกาญจนบุรี แฉยับ ส.ป.ก. ดองเรื่อง 2 ปี ส่อทางสะดวกบิ๊กท้องถิ่นสวมสิทธิ์ฮุบที่ดินยุทธศาสตร์ชายแดนกว่า 33 ไร่

กมธ.การทหาร ลุยล้างมาเฟียฮุบป่า! “ราเชน” นำทีมแหวกวงล้อมอิทธิพลกาญจนบุรี แฉยับ ส.ป.ก. ดองเรื่อง 2 ปี ส่อทางสะดวกบิ๊กท้องถิ่นสวมสิทธิ์ฮุบที่ดินยุทธศาสตร์ชายแดนกว่า 33 ไร่

วันนี้ 19 พ.ค.69 ปฏิบัติการ “ทวงคืนผืนป่าให้แผ่นดิน” ในครั้งนี้ ถูกจับตามองเป็นพิเศษเนื่องจากผืนดินขนาด 33 ไร่ 3 งาน 99 ตารางวาแห่งนี้ เดิมทีเป็นผืนป่าที่ชาวบ้านร่วมใจกันปลูกเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ แต่ปัจจุบันกลับถูกทุนใหญ่และผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นเข้าใช้อำนาจมืดจัดการโค่นต้นไม้จนราบเป็นหน้ากลอง และปรากฏชื่อ “คนนอกพื้นที่” เข้าถือครองสิทธิ์ ส.ป.ก. อย่างหน้าตาเฉย โดยการลงพื้นที่ของ กมธ.การทหาร ได้แบ่งพิมพ์เขียวการทำงานออกเป็นสองฉากทัศน์เพื่อความรัดกุม ฉากแรกคือการเปิดเวทีรับฟังความอัดอั้นและรวบรวมพยานหลักฐานจากชาวบ้านที่ยอมเสี่ยงชีวิตนำข้อมูลดิบและพฤติกรรมส่อทุจริตของผู้บริหารท้องถิ่นมาแฉต่อหน้าคณะกรรมมาธิการ ขณะที่ฉากที่สองคือนายราเชนได้นำทีมเดินเท้าสำรวจพิกัดจริงเพื่อบันทึกภาพความเสียหายของผืนป่าที่ถูกทำลาย
สิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้แก่คณะทำงานมากที่สุด คือไทม์ไลน์ความเฉื่อยชาของกลไกพิจารณาจากส่วนกลาง โดยตัวแทนชาวบ้านเปิดเผยข้อมูลสุดช้ำว่า พวกตนเคยรวบรวมความกล้าเดินทางไปร้องเรียนถึงสำนักงาน ส.ป.ก. ส่วนกลาง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจไขข้อเท็จจริงในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา เรื่องราวดังกล่าวกลับถูก “แช่แข็ง” และดองเงียบหายไปในลิ้นชักนานเกือบ 2 ปี ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 2569 โดยไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ ปล่อยให้กลุ่มทุนเดินหน้าตักตวงผลประโยชน์บนที่ดินของรัฐอย่างย่ามใจ ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อซื้อเวลา

ด้านนายราเชน ตระกูลเวียง ได้กล่าวถ้อยแถลงกร้าวกลางที่ประชุมต่อหน้าข้าราชการและประชาชนอย่างดุดันว่า ที่ดิน ส.ป.ก. ถือเป็นสมบัติของรัฐที่มีกฎหมายและกติกาควบคุมไว้อย่างชัดเจน หน่วยงาน ส.ป.ก. เท่านั้นที่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ตัวผู้ใหญ่บ้านหรือผู้บริหารท้องถิ่นคนใดไม่มีสิทธิ์และไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะเข้าไปบริหารจัดการหรือเอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น พร้อมส่งสัญญาณถึงชาวบ้านในพื้นที่ว่าไม่ต้องหวาดกลัวต่ออิทธิพลมืดหรือข้อกฎหมายที่อีกฝ่ายพยายามขุดนำมาอ้างเพื่อข่มขู่ เพราะหากชาวบ้านยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องและดำเนินการตามกฎหมาย ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้าไปสู่กระบวนการที่โปร่งใสและยุติธรรม ย้ำชัด “ไม่มีใครหน้าไหนอยู่เหนือกฎหมายไทยได้”

วิกฤตการณ์แย่งชิงที่ดินรัฐที่บ้านซองกาเลียในวันนี้ ถือเป็นการนับหนึ่งใหม่อย่างเข้มข้นในระดับชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลังจากนี้ กมธ.การทหาร เตรียมเปิดเกมรุกเต็มสูบด้วยการออกหนังสือเรียกสอบพยานปากสำคัญ รวมถึงข้าราชการระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดองเรื่องมาเข้าให้ปากคำในสภาฯ เพื่อกระชากหน้ากากขบวนการโกงชาติส่งให้หน่วยงานปราบปรามการทุจริตดำเนินการขั้นเด็ดขาดต่อไป