ชาวบ้านริมคลอง ร.1 ถอดใจ น้ำหลากปีนี้คง “ตาย” อยู่ในบ้าน หลังกำแพงกั้นพัง แต่ไร้การซ่อมแซม
ชาวบ้านริมคลอง ร.1 ถอดใจ น้ำหลากปีนี้คง “ตาย” อยู่ในบ้าน หลังกำแพงกั้นพัง แต่ไร้การซ่อมแซม
หลังการแชร์ภาพความเสียหายของกำแพงคลองระบายน้ำสายที่ 1 หรือ คลอง ร.1 ในพื้นที่ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ที่ชำรุดเป็นช่องโหว่ หลังประสบอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่จุดดังกล่าว อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ก็พบว่า ถนนเลียบคลอง ร.1 จุดดังกล่าว ถูกน้ำกัดเซาะจนดินไหลลงไปอยู่ในที่นาของชาวบ้าน ขณะที่กำแพงของคลอง ก็พังเสียหายเป็นช่องโหว่ 2-3 จุด อยู่ใกล้กัน โดยบางจุดกว้างเกือบ 2 เมตร คนสามารถลอดข้ามไปได้ บางจุดประมาณ 50-80 เซนติเมตร จนเห็นระดับน้ำในคลอง ร.1 ชัดเจน และห่างออกไปไม่เกิน 50 เมตร ถนนเลียบคลองก็ถูกน้ำกัดเซาะเช่นกัน จุดนี้น่ากังวลที่ เสาค้ำคันคลองอยู่ในสภาพเอียงเห็นชัดเจน

ขณะที่ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่กับจุดทีกำแพงคลอง ร.1 พังเสียหาย ก็แสดงความกังวลว่าปีนี้หากไม่มีการซ่อมแซมจุดนี้ บ้านของตนก็คงถูกน้ำท่วมสูงมากกว่าปี 2568 ที่น้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร
นางเจียร อารมณ์ฤทธิ์ อายุ 77 ปี ชาวบ้านที่บ้านห่างจุดกำพังเพียง 50 เมตร ก็บอกว่า ที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมาตรวจสอบจุดที่กำแพงพังเสียหายแล้ว ตนก็ให้ข้อมูลไปแล้วว่า จุดไหนที่พังเสียหายบ้าง โดยเฉพาะจุดที่ข้างบ้านของตน จากนั้นเงียบหายเหมือนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้สนใจอะไร และล่าสุดนายอำเภอบางกล่ำ มาตรวจสอบ ก่อนจะบอกว่าจะไม่ซ่อมแซมแล้ว หากน้ำท่วมอีก ก็ให้อพยพ ซึ่งตนก็ไม่รู้จะอพยพไปที่ไหน เพราะหากให้ไปอยู่วัด ที่วัดน้ำก็ยังท่วม ทำให้ตนรู้สึกเจ็บใจมาก ซึ่งตนก็อยากให้เร่งซ่อมแซม เพราะหากน้ำท่วมสูงอีกครั้ง ก็ไม่รู้จะหนีไปไหน คงต้องจมน้ำตายอยู่ที่บ้าน ส่วนปลายปี 2568 ที่ผ่านมา น้ำท่วมหน้าบ้านประมาณ 1 เมตร แต่หลังบ้านสูงเกือบ 2 เมตร ทั้งนี้อยากฝากถึงกรมชลประทาน อยากให้เร่งซ่อมแซมให้ชาวบ้านด้วย
นายบุญจอง อารมณ์ณฤทธิ์ อายุ 43 ปี ก็บอกว่า หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2568 ชาวบ้านก็เดือดร้อนมาก ถึงตอนนี้ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว จุดที่พังเสียหาย โดยเฉพาะข้างบ้านของตน ที่กำแพงเป็นช่องโหว่ ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนมารับผิดชอบ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง รวมทั้ง สมาชิกสภาจังหวัดสงขลา(สจ.) ก็ช่วยกันพยายามติดต่อหน่วยงานของกรมชลประทานแล้ว ก็ยังไม่มาดู และหากปีนี้น้ำหลากซ้ำอีก จุดนี้จะอันตรายมาก เพราะกำแพงชำรุด และคิดว่าหากไม่เร่งซ่อมแซม ชาวบ้าน หมู่ 2 ตำบลท่าช้าง ก็คงจะอยู่ไม่ได้ น้ำคงเอ่อท่วมสูงจนต้องอพยพแน่นอน จึงอยากวิงวอนให้กรมชลประทาน มีคำสั่งเด็ดขาด ให้ช่วยมาดูแลซ่อมแซมจุดนี้ด้วย เพราะว่าทุกหน่วยงานร่วมมือกันหมดแล้ว แต่ชลประทานไม่มีคำตอบให้กับประชาชน ว่าเหตุใดจุดนี้ยังไม่ซ่อมแซม เพราะเหลือเวลาประมาณอีก 4-5 เดือน น้ำกำลังจะมา และหากเพิกเฉยก็ซ่อมไม่ทัน 100%

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบถนนเลียบคลอง ร.1 ทั้ง 2 ฝั่ง ในพื้นที่ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ก็พบความเสียหายที่เกิดจากน้ำกัดเซาะ ช่วงน้ำหลากปลายปี 2568 โดยบางจุดน้ำกัดเซาะผิวถนนและยางมะตอยลงไปในทุ่งนาและสวนของชาวบ้าน บางจุดก็เป็นรูโหว่ ขณะที่บางจุดอยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำ ถนนก็พังเสียหายเป็นเป็นวงกว้าง ส่วนการสัญจร ชาวบ้านรถยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านบางจุดได้ ส่วนชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ ก็ต้องไปขี่บนไหลของกำแพงกั้นน้ำแทนการขี่บนถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุตกหลุมจนรถเสียหลักได้
ด้าน นายสิทธิพร เพชรศรี ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา เปิดเผยว่า ความเสียหายของคลอง ร.1 ตลอดสาย ทั้งกำแพง และถนนเลียบคลอง ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร กรมชลประทานได้สำรวจความเสียหายไว้ทั้งหมดแล้ว และจัดทำแบบแผนการซ่อมแซม โดยต้องใช้งบประมาณเกือบ 1,000 ล้านบาท และได้เสนอของบประมาณไปยังรัฐบาลก่อน และรัฐบาลชุดนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งยืนยันว่า โครงการชลประทานสงขลาไม่ได้เพิกเฉย และหากได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว ก็พร้อมซ่อมแซมทันที ส่วนงบฉุกเฉิน กรมชลประทาน ก็จะยื่นขอเสนอจากรัฐบาลอีกครั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี นอกพื้นที่ (ครม.สัญจร) ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ ทั้งนี้หากความเสียหายจุดใดมีเพียงเล็กน้อย โครงการชลประทานสงขลา ก็พร้อมซ่อมแซมด้วยเครื่องจักรที่มีอยู่ทันที แต่ขณะนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคลอง ร.1 จากอุทกภัยที่ผ่านมา มีปริมาณมากหลายจุด เพราะปริมาณน้ำเกินศักยภาพที่คลองจะรับได้

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

