ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

อนุกมธ.ส่งเสริมท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา เดินหน้ายกระดับท่องเที่ยวไทย ดัน เกาะช้างสู่ระดับโลก พร้อมกางไทม์ไลน์กระเช้าภูกระดึง คาดสร้างปี 71 และเตรียมลงพื้นที่แก้ปัญหา ท่าเรือแหลมศอก

อนุกมธ.ส่งเสริมท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา เดินหน้ายกระดับท่องเที่ยวไทย ดัน เกาะช้างสู่ระดับโลก พร้อมกางไทม์ไลน์กระเช้าภูกระดึง คาดสร้างปี 71 และเตรียมลงพื้นที่แก้ปัญหา ท่าเรือแหลมศอก

คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการกีฬา ในคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้จัดการประชุมครั้งที่ 13/2569 ณ อาคารรัฐสภา ควบคู่กับการประชุมผ่านระบบ ZOOM เพื่อพิจารณาแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลจากผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.), ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และการสร้างประสบการณ์ท้องถิ่น

สำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง ซึ่งคาดการณ์งบประมาณก่อสร้างเบื้องต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบัน อพท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติฯ และอยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตเข้าสำรวจวิจัยในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับออกแบบสถานีและแนวกระเช้า โดยจะเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำและใช้เสาก่อสร้างน้อยต้น ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายดำเนินการออกแบบและทำรายงาน EIA ให้แล้วเสร็จเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการของบประมาณก่อสร้างได้ในปี 2571 และจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 1 – 3 ปี

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณากรณีสำนักงานหอการค้าจังหวัดตราด ขอความอนุเคราะห์ให้ช่วยผลักดันการพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมศอก จังหวัดตราด เนื่องจากปัจจุบันประสบปัญหาโครงสร้างสะพานท่าเรือที่ยื่นลงไปในทะเลลึกเกือบ 1 กิโลเมตร ต้องเผชิญคลื่นลมแรง และประสบปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ทำให้เรือโดยสารและเรือขนาดเล็กไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้อย่างสะดวก ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ซึ่งต่อประเด็นดังกล่าว คณะอนุกรรมาธิการมีมติเห็นควรเตรียมลงพื้นที่จังหวัดตราดเพื่อศึกษาดูงาน และร่วมหารือแนวทางแก้ไขปัญหากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อผลักดันการดำเนินงานในระดับนโยบายต่อไป