#มหากาพย์คดี “วัดร่มโพธิธรรม” เมื่อความจริงถูกปิดบังด้วยการฟังความข้างเดียว
#มหากาพย์คดี “วัดร่มโพธิธรรม” เมื่อความจริงถูกปิดบังด้วยการฟังความข้างเดียว
ในโลกที่ข่าวสารหลั่งไหลไปอย่างรวดเร็ว บ่อยครั้งที่กระแสสังคมพัดพาความจริงให้บิดเบือนไป จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม เช่นเดียวกับกรณีมหากาพย์คดีของ “วัดร่มโพธิธรรม” จังหวัดเลย ที่ยืดเยื้อมานานเกือบหนึ่งทศวรรษ สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในกระบวนการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการทำงานของหน่วยงานรัฐที่อาจขาดการมองอย่างรอบด้าน
#จุดเริ่มต้นแห่งอนิจจัง: ปมขัดแย้งปี พ.ศ. 2554

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 จุดเริ่มต้นของคดีความเกิดขึ้นเมื่อหน่วยงานป่าไม้เขต 6 อุดรธานี ได้ยื่นฟ้องร้องกล่าวหา “วัดร่มโพธิธรรม” จนกลายเป็นคดีความใหญ่โตในข้อหาเกี่ยวกับพื้นที่ป่าสงวน อุทยาน และที่ดิน ส.ป.ก. นำไปสู่การต่อสู้ในชั้นศาลตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ จนถึงศาลฎีกา
ในทางธรรม พระพุทธองค์ทรงสอนเรื่อง “อนิจจัง” ทุกสิ่งในโลกล้วนแปรเปลี่ยนและเกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย แต่เหตุปัจจัยในคดีนี้กลับถูกตั้งต้นด้วยข้อมูลที่ผิดพลาดตั้งแต่แรกเริ่ม ต้นตอและสาเหตุเบื้องลึกที่แท้จริงจากปากของทางวัดและคณะลูกศิษย์กลับไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงออกไป ทำให้ผลลัพธ์ของคดีความบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริงที่ควรจะเป็น
”กาลามสูตร”: เมื่อสังคมและสื่อฟังความข้างเดียวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์มากที่สุด คือการที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบและสื่อมวลชนบางสำนัก เลือกที่จะนำเสนอข่าวสารเพียงด้านเดียว โดยไม่ได้เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงหรือสืบค้นต้นตอจากทางวัดร่มโพธิธรรมเลยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์นี้ตรงกับหลัก “กาลามสูตร” ที่พระพุทธเจ้าทรงเตือนสติไม่ให้มนุษย์ด่วนปักใจเชื่อสิ่งใดเพียงเพราะฟังตามกันมา หรือเชื่อเพราะเป็นกระแสข่าว การที่สังคมรับฟังข้อมูลจากฝั่งผู้กล่าวหาฝ่ายเดียว เปรียบเสมือนการปิดตาหนึ่งข้างแล้วตัดสินโลก จนทำให้ภาพของวัดร่มโพธิธรรมกลายเป็นผู้ผิดในสายตาประชาชน ทั้งที่ทางวัดยึดมั่นใน “สัมมาวาจา” และความจริงใจมาโดยตลอด แต่กลับไม่มีพื้นที่ให้ได้ชี้แจงความจริงเนื้อใน
การตรวจสอบที่ขาด “โยนิโสมนสิการ”
แม้เวลาจะผ่านไป ล่าสุดยังคงมีเจ้าหน้าที่บางกลุ่มอ้างตนเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ของวัดในลักษณะตั้งธงความผิด พยายามหาข้อหาและประเคนคดีความใหม่ ๆ ให้แก่ทางวัดอย่างไม่จบสิ้น โดยยังไม่เคยเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงและหลักฐานในมุมของวัดร่มโพธิธรรมเลย

ข้าราชการและผู้มีอำนาจพึงระลึกถึงหลัก “โยนิโสมนสิการ” คือการคิดวิเคราะห์อย่างแยบคาย รอบด้าน และปราศจากอคติ การใช้กฎหมายควบคุมดูแลพระพุทธศาสนาควรกระทำด้วยความเมตตาและปัญญา ไม่ใช่ใช้เป็นเครื่องมือรุมทำลายสำนักปฏิบัติธรรมที่พึ่งของประชาชน
ขอโอกาสให้ความจริงได้ทำหน้าที่
วัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย ไม่เคยหวั่นเกรงต่อการตรวจสอบ แต่สิ่งที่ทางวัดเรียกร้องมาโดยตลอดคือ “ความยุติธรรมที่เป็นธรรม” การได้รับโอกาสให้พูดความจริง และการที่หน่วยงานรัฐบาลอย่าง กรมป่าไม้, ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, กรมอุทยาน, ส.ป.ก. และกรมที่ดิน จะหันหน้ามารับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

”สจฺจํ เว อมตา วาจา” – ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ✨
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่สังคมและหน่วยงานรัฐ จะหยุดฟังความข้างเดียว แล้วเปิดใจรับฟัง “สัจจะความจริง” จากปากของวัดร่มโพธิธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่พระพุทธศาสนาและผืนแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง
#อธิบดีกรมป่าไม้
#ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย
#ผอสำนักพุทธ
#วัดร่มโพธิธรรม
#ป่าไม้เขต6อุดร
#สำนักพุทธ
#สปก.
#อุทยาน
#ป่าสงวน
#กรมที่ดิน


