กว่ามาเป็น “วัดร่มโพธิธรรม” อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย
กว่ามาเป็น “วัดร่มโพธิธรรม” อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย
ปี พ.ศ.2,537 ได้ก่อตั้งเป็น ที่พักสงฆ์ร่มโพธิธรรมสถาน
ปี พ.ศ. 2547 วัดร่มโพธิธรรม ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดร่มโพธิธรรม บนที่ดิน นส.3
ปี พ.ศ. 2548 วัดร่มโพธิธรรม ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดโดยชอบด้วยกฏหมาย ดังนั้นที่ดินโดยรอบวัดที่เป็นบริวาร จึงเป็นที่วัดและธรณีสงฆ์ทั้งหมด ภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505

ระหว่างปี พ.ศ. 2538 ถึง 2551 มีการสำรวจที่พักสงฆ์ในเขตป่าไม้ทั่วประเทศ ตามมติคณะรัฐมนตรี 18 เมษายน 2538 จากการสำรวจของกรมป่าไม้ จังหวัดเลย ในปี พ.ศ. 2552 จึงมีการสรุปผลการสำรวจที่พักสงฆ์ที่อยู่นอกเขตป่าไม้ ผลปรากฏว่า ที่พักสงฆ์ของจังหวัดเลย มีที่พักสงฆ์นอกเขตป่าไม้ จำนวน 133 แห่ง ระบุว่า ที่พักสงฆ์ร่มโพธิธรรมสถาน ลำดับที่ 118 หมู่ที่ 10 ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย อยู่นอกเขตป่าไม้ เนื้อที่ประมาณ 600 ไร่ (อ้างจากบันทึกข้อความของกรมป่าไม้ 16 ก.ค. 2552 และรายงานการประชุมของกรมป่าไม้ 19 มิถุนายน 2552 )
ต่อมา ปี พ.ศ. 2552 มีพระราชกฤษฏีกา กำหนดเขตที่ดิน ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
ต่อมา ปี พ.ศ. 2554 กรมป่าไม้ ได้ดำเนินการฟ้องดำเนินคดี กับวัดร่มโพธิธรรม
จะเห็นว่ากรมป่าไม้ไม่มีอำนาจ และหน้าที่ ตั้งแต่แรก ที่จะมาอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่ป่าทับซ้อนในที่ดินของวัด
วัดร่มโพธิธรรม ได้รับอนุญาตตั้งวัดอย่างถูกต้อง ก่อนที่ จะมีการประกาศพระราชกฤษฏีกา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ดังนั้น พื้นที่วัดทั้งหมดจึงเป็นที่วัดและธรณีสงฆ์ ไม่ใช่พื้นที่ป่าไม้ เพราะอยู่ห่างจากภูค้อ ภูกระแต 5 กิโลเมตร และติดถนนหลวงด้านหน้า มีถนนรอบวัด มีการปักเสาไฟฟ้าตามถนนรอบวัด มีหมู่บ้าน มีวัด มากมาย ที่มีอยู่แล้วโดยรอบวัดร่มโพธิธรรม หากวัดร่มโพธิธรรมเป็นพื้นที่ป่าดังกล่าวอ้าง ชุมชน หมู่บ้าน และวัดอื่นๆ ก็อยู่ในพื้นที่ป่าหรือไม่ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นพื้นที่แห่งเดียวที่เป็นป่าไม้ ท่ามกลางพื้นที่ เขตปฏิรูปที่ดิน
การวิจารณ์ใดๆที่เกี่ยวกับวัด โดยไม่มีข้อมูลตามความเป็นจริง ถึงจะวิจารณ์ดี หรือวิจารณ์ไม่ดี ก็ย่อมโมฆะ ไม่มีผลในทางคดีใดๆ แต่ไม่โมฆะในเรื่องของผลแห่งกรรมแน่นอน
อโหสิ อโหสิ อโหสิ


