ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ชุมพร-พลีชีพเพื่อชาติแต่ถูกลืม! ทหารผ่านศึกชุมพรผนึกกำลังสมาพันธ์ฯ จี้ “นายกฯ อนุทิน” อนุมัติเงินผดุงเกียรติ 3,000 บาท ดึงสติรัฐบาล…อย่าทิ้งนักรบผู้กล้าไว้ข้างหลัง!

ชุมพร-พลีชีพเพื่อชาติแต่ถูกลืม! ทหารผ่านศึกชุมพรผนึกกำลังสมาพันธ์ฯ จี้ “นายกฯ อนุทิน” อนุมัติเงินผดุงเกียรติ 3,000 บาท ดึงสติรัฐบาล…อย่าทิ้งนักรบผู้กล้าไว้ข้างหลัง!

​ชุมพร เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และถูกจับตามองจากคนทั้งประเทศ เมื่อ ร้อยตรี ดุษฎี จินดาพรหม นายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร และสมาชิกทหารผ่านศึกจากทั้ง 8 อำเภอ รวมตัวกันกว่า 200 ชีวิต ในพิธีเปิดป้ายสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร (ทะเบียนเลขที่ 1/2560) โดยมี นายนครินทร์ เทพรักษ์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตชุมพร เดินทางมาเป็นประธานในพิธี มีนายรุ่ง ดวงภุมเมศร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

​ทว่า ไฮไลต์สำคัญที่กลายเป็นประเด็นระดับประเทศ คือการประกาศจุดยืนของสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร ที่จะเข้าร่วมผนึกกำลังกับ “สมาพันธ์ทหารผ่านศึกแห่งประเทศไทย” เพื่อส่งเสียงสะท้อนอันเจ็บปวดไปยังรัฐบาล ทวงถามความคืบหน้า “เงินผดุงเกียรติ 3,000 บาทต่อเดือน” ให้กับเหล่านักรบผู้กล้าที่เคยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อรักษาขวานทองของชาติไทย

​เสียงสะท้อนจาก “เขาค้อ” วีรกรรมเลือดทาแผ่นนดิน…ขาขาด 1 ข้างเพื่อชาติ
​ร้อยตรี ดุษฎี จินดาพรหม ได้เปิดเผยถึงบาดแผลในอดีตที่ไม่มีวันลบเลือนว่า ตนเองเริ่มต้นจากการเป็นทหารเกณฑ์ที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากฝึกได้เพียง 1 ปี ก็ถูกส่งตัวไปทำสงครามในสมรภูมิเดือดที่ “เขาค้อ” จังหวัดเพชรบูรณ์ ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน ตนเองได้เหยียบกับระเบิดจนทำให้ต้องสูญเสียขาไป 1 ข้าง และรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ด้วยเพืรอนทการแบกเปลหามออกมาการจากสนามรบส่งหน่วยปฐมพยาบาลที่ทันท่วงที ​ นอกจากนี้ยังมีเพื่อนทหารที่ล้มตายและได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมากในทุกๆสมรภูมิ ที่ต่อสู้เพื่อ ป้องกันอธิปไตยของชาติไทย

“ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือทหารอาชีพ ทุกคนคือคนที่ต้องทิ้งลูก ทิ้งเมีย ทิ้งพ่อแม่และครอบครัว ไปเผชิญความเสี่ยงในสมรภูมิเพื่อรักษาแผ่นดินไทย รัฐบาลจึงมีหน้าที่อย่างยิ่งที่จะต้องดูแลบุคคลเหล่านี้ เพราะพวกเขาคือผู้ทำคุณประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศชาติ” ร้อยตรี ดุษฎี กล่าวด้วยความตื้นตัน

นายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร ได้ส่งข่าวสารตรงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เงินผดุงเกียรติเดือนละ 3,000 บาท ที่ทหารผ่านศึกทั่วประเทศเรียกร้องมาอย่างยาวนานนั้น มันคือการดูแลปากท้องของครอบครัวผู้เสียสละ ​ขณะนี้ทราบว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล ทา่งสมาคมฯ ชุมพรจึงขอร่วมขับเคลื่อนกับสมาพันธ์ทหารผ่านศึกแห่งประเทศไทย ให้รัฐบาลเร่งพิจารณาอนุมัติโดยเร็วที่สุด
“ทหารผ่านศึกทั่วประเทศทุกรุ่น ทุกปี คือกำลังเสริมชั้นดีในด้านความมั่นคงของประเทศที่รัฐบาลห้ามมองข้าม”

การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารผ่านศึกในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเรียกร้องเงินสวัสดิการธรรมดา แต่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นกับ “อดีตนักรบ” ที่เมื่อเสร็จศึกสงคราม บาดแผลและร่างกายที่พิการกลับกลายเป็นภาระที่ครอบครัวต้องแบกรับตามลำพัง ​เงิน 3,000 บาท อาจดูเป็นตัวเลขที่ไม่สูงนักสำหรับงบประมาณแผ่นดิน แต่สำหรับครอบครัวของทหารผ่านศึกที่สูญเสียเสาหลัก หรือสูญเสียอวัยวะไปในสงคราม เงินจำนวนนี้คือ “ต่อลมหายใจ” และคือ “เงินผดุงเกียรติ” ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศชาติไม่เคยลืมวีรกรรมของพวกเขา
ต้อง​จับตาหลังจากนี้… นายกอนุทิน ชาญวีรกุล และกองทัพ จะตอบรับเสียงร้องไห้ของเหล่านักรบกล้าเหล่านี้อย่างไร? หรือจะต้องรอให้เกิดการรวมตัวครั้งใหญ่ระดับประเทศเสียก่อน รัฐบาลจึงจะหันมาเหลียวแล!

///เอกชนะ นวนละมัย รายงาน