ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ยิ่งขุด ยิ่งเจอ! เปิดหลักฐานปมประกาศ พ.ร.บ.ป่าภูค้อ-ภูกระแต ปี 23 มิชอบ

#ยิ่งขุด ยิ่งเจอ! เปิดหลักฐานปมประกาศ พ.ร.บ.ป่าภูค้อ-ภูกระแต ปี 23 มิชอบ

เผยปมขัดแย้งที่ดินทับซ้อนยืดเยื้อ หลังพบหลักฐานสำคัญชี้พิรุธการประกาศพระราชบัญญัติป่าภูค้อ ป่าภูกระแต พ.ศ. 2523 อาจเป็นการออกกฎหมายโดยมิชอบ เหตุจากเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในอดีต ไม่ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง แต่ใช้วิธีจัดทำและปลอมแปลงเอกสารเพื่อเสนอตามขั้นตอนกลไกสภา จนนำไปสู่การบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรในพื้นที่มายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ

ล่าสุด จากการสืบค้นข้อมูลเชิงลึกพบหลักฐานสำคัญในชั้นศาล โดยเป็นการยืนยันจากอดีตกำนันในขณะนั้นจำนวน 2 คน ซึ่งยังมีชีวิตอยู่และได้เข้าให้การต่อศาลเรียบร้อยแล้ว โดย กำนันนเรศ แถลงกัณฑ์ ยืนยันชัดเจนว่า ลายมือชื่อในบัญชีปิดประกาศกฎกระทรวง ปี พ.ศ. 2523 ไม่ใช่ลายมือชื่อของตนอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับ กำนันเกียรติศักดิ์ ศิริบุตร ที่ได้ให้การในชั้นศาลในทิศทางเดียวกันว่า รายชื่อและลายมือชื่อดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง ข้อเท็จจริงนี้จึงชี้ให้เห็นว่าการประกาศ พ.ร.บ.ป่าไม้ ในครั้งนั้นไม่มีการสำรวจพื้นที่จริง ถือเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อระบบการบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นการเพิ่มปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน นอกจากนี้ การประกาศ พ.ร.บ.ป่าไม้ ดั่งกล่าว ยังส่งผลกระทบต่อเนื่องสะท้อนไปถึงการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในเวลาต่อมา ทำให้เกิดการประกาศเขตที่ดินทับซ้อนกับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎรที่อยู่มาก่อนอย่างชัดเจน ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 2 บ้านห้วยเดื่อ ต.ปวนพุ ซึ่งมีรายชื่อของ นางแก่น อินทรชัยศรี (เกิด พ.ศ. 2434) และ นายเชียง แสนขันธ์ (เกิด พ.ศ. 2457) ซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยในพื้นที่มาก่อนการตรากฎหมายทั้งสองฉบับ จากเดิมที่ราษฎรควรมีสิทธิ์ได้รับ “โฉนดที่ดิน” ตามกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ชอบธรรม กลับถูกจำกัดสิทธิ์ด้วยนโยบายของรัฐให้ได้รับเพียงเอกสารสิทธิ์ “ส.ป.ก. 4-01” ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกเหนือจากที่ดินทำกินของราษฎรแล้ว ยังมีที่ดินส่วนกลางของหมู่บ้าน โรงเรียน วัด รวมถึงสถานที่ราชการอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากฎหมายทับซ้อนนี้เช่นกัน

ความคืบหน้าล่าสุด วัดร่มโพธิธรรม ได้ดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคำขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกการประกาศพระราชบัญญัติป่าไม้ดังกล่าว พร้อมทั้งให้เพิกถอนการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ออกโดยมิชอบ เพื่อคืนสิทธิ์อันชอบธรรมให้แก่ราษฎรในการใช้ประโยชน์จากที่ดินในทุกรูปแบบได้อย่างเต็มที่ โดยเปลี่ยนจากข้อจำกัดของเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ที่มุ่งเน้นเพียงกรรมสิทธิ์ทางการเกษตร ให้เป็นเอกสารสิทธิ์ประเภทโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์รูปแบบอื่นตามสิทธิ์ที่ประชาชนพึงได้รับอย่างแท้จริง

#วัดรมโพธิธรรม
#ป่าไม้เขต6อุดรธานี
#สปก
#ปกครองจังหวัดเลย
#อโหสิอโหสิอโหสิ