ปฏิวัติขนส่งประจวบฯ! ผู้ว่าฯ เปิดแผน “สองแถวไฟฟ้า” ค่าโดยสาร 10-20 บาท เชื่อมเมืองไร้รอยต่อ สู้ PM2.5 ลดเหลื่อมล้ำ ปักหมุดสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่
ปฏิวัติขนส่งประจวบฯ! ผู้ว่าฯ เปิดแผน “สองแถวไฟฟ้า” ค่าโดยสาร 10-20 บาท เชื่อมเมืองไร้รอยต่อ สู้ PM2.5 ลดเหลื่อมล้ำ ปักหมุดสร้างสถานีขนส่งแห่งใหม่
ประจวบคีรีขันธ์ – จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดินหน้าปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะครั้งสำคัญ เตรียมผลักดัน “รถสองแถวไฟฟ้า” เป็นระบบขนส่งหลักของจังหวัด กำหนดเป้าหมายค่าโดยสารเพียง 10-20 บาท เชื่อมต่อสถานีรถไฟ โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และชุมชนอย่างไร้รอยต่อ เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดอุบัติเหตุ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสิงขร โรงแรมประจวบแกรนด์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดเวทีประชาคม “คืนข้อมูลงานศึกษาวิจัยโครงสร้างการเดินทางด้วยบริการขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัด

ภายในงานมีผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นางสาวธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค, นายนันทปรีชา คำทอง ประธานสภาองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางสาวสุทิพย์ ตนประเสริฐ ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ดร.ภวินท์ธนา เจริญบุญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี และ ผศ.ดร.พนิดา นิลอรุณ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมด้วยผู้แทนคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายผู้บริโภคเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน กล่าวว่า การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถพลังงานไฟฟ้าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดตามแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ.2566-2570 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และขับเคลื่อนนโยบาย Wellness Tourism โดยกำหนดนโยบายเร่งด่วน 3 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านแรก ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ออกแบบเส้นทางให้ตอบโจทย์การเดินทางจริง เชื่อมต่อสถานีรถไฟ โรงพยาบาล โรงเรียน ตลาด โรงแรม และแหล่งท่องเที่ยว พร้อมเชื่อมระบบ รถสองแถวไฟฟ้า เข้ากับโครงการ รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย โดยเฉพาะโรงเรียนประจวบวิทยาลัย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ด้านที่สอง สร้างความเป็นธรรมด้านค่าครองชีพ กำหนดอัตราค่าโดยสารเพียง 10-20 บาทต่อเที่ยว ตามระยะทาง พร้อมกำหนดตารางเวลาเดินรถที่ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจและจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนบุคคล
ด้านที่สาม บูรณาการทุกภาคส่วน มอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำผลการศึกษาวิจัยไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น พร้อมผลักดันโครงการก่อสร้าง สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งใหม่ เพื่อให้รถสองแถวไฟฟ้าทำหน้าที่เป็นระบบขนส่งรอง เชื่อมโยงผู้โดยสารเข้าสู่ตัวเมืองและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้าน นางสาวธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สภาองค์กรของผู้บริโภค คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ที่ลงพื้นที่ศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลจากประชาชนจำนวน 400 คน เพื่อสะท้อนความต้องการใช้ระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนอย่างแท้จริง
ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนต้องการระบบขนส่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มีเส้นทางเชื่อมต่อสถานที่สำคัญ ค่าโดยสารเป็นธรรม และให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ นักเรียน และประชาชนทุกกลุ่ม โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปบูรณาการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดต่อไป
การประชุมครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากผู้แทน เทศบาลนครหัวหิน ศึกษาธิการจังหวัด คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายผู้บริโภค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

พิสิษฐ์รื่นเกษม ผู้สื่อข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โทร 064-364-1644

