กำแพงเพชร เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่กำแพงเพชร เร่งขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปิง มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน
กำแพงเพชร
เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่กำแพงเพชร เร่งขับเคลื่อนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปิง มุ่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างยั่งยืน
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามงานนโยบาย ณ โรงเรียนวังแขมวิทยาคม และโดมริมแม่น้ำปิง หน้าวัดจันทาราม ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีโดยมีนายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร,นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 กำแพงเพชร, นายสดุดี พุทธัง ปัดจังหวัดกำแพงเพชร, นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร, หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ซึ่งมีมวลชนจากจังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร และนครสวรรค์ กว่า 2,000 คน ร่วมสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร

ในการนี้ นายสรวุฒิเน้นย้ำถึงนโยบายแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่างและเจ้าพระยาตอนบนอย่างเป็นระบบ โดยเร่งผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุมัติผ่อนผันลุ่มน้ำชั้นที่ 1A ควบคู่ไปกับการพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปิง จำนวน 15 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและกระจายน้ำ โดยปัจจุบันมีการก่อสร้างฝายพับได้และฝายกึ่งถาวรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในระยะเร่งด่วนแล้ว
สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการเพิ่มปริมาณน้ำเขื่อนภูมิพลนั้น จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อการเกษตรได้ถึง 1,495 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี รองรับพื้นที่เกษตรฤดูแล้งได้เพิ่มขึ้น 1.61 ล้านไร่ และเพิ่มน้ำอุปโภคบริโภคอีก 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพด้านพลังงานไฟฟ้าและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่กรมชลประทานกำลังเร่งรัดดำเนินการให้เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ เลขานุการรัฐมนตรีฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฝายทดน้ำปิงส่วนที่ผันเข้าสู่คลองหนองขวัญ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาความชำรุดเสียหายในระยะเร่งด่วน โดยกรมชลประทานได้จัดเตรียมมาตรการบริหารจัดการน้ำผ่านคลองวังยางสาย 1R-MC และการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในช่วงฤดูแล้ง พร้อมยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ โครงการฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง (โครงการหนองขวัญ) ซึ่งอยู่ระหว่างระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องตามสัญญา ทางกรมชลประทานได้สั่งการให้เร่งรัดผู้รับจ้างเข้าดำเนินการซ่อมแซมจุดที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะทันที โดยกำหนดให้มีการรายงานผลการดำเนินงานทุก 15 วัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงสร้างจะกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
สุเทพ อินทจันทร์ กำแพงเพชร

