หนุ่มหลอนยา คิดว่าจะถูกเพื่อนฆ่า บุกเดี่ยวยิงเพื่อน กระสุนเฉี่ยวท้ายทอยบาดเจ็บ มิหนำซ้ำ เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกัน ถูกลูกหลงไปด้วยกระสุนเฉียดคาง กล้องวงจรปิดจับวินาทีเสียงปืน-ชาวบ้านวิ่งแตกตื่น
หนุ่มหลอนยา คิดว่าจะถูกเพื่อนฆ่า บุกเดี่ยวยิงเพื่อน กระสุนเฉี่ยวท้ายทอยบาดเจ็บ มิหนำซ้ำ เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกัน ถูกลูกหลงไปด้วยกระสุนเฉียดคาง กล้องวงจรปิดจับวินาทีเสียงปืน-ชาวบ้านวิ่งแตกตื่น
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท และมีการใช้อาวุธปืนยิงกันจนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณชุมชนร่วมใจ ซอย 8 หลังวัดโรงวาส ถนนชัย-เพชรมงคล ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ส่วนผู้ก่อเหตุยังหลบอยู่ในที่เกิดเหตุ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยศูนย์กู้ภัยสว่างสงขลาร่วมใจ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในต่างวิ่งหาที่หลบกระสุนปืนจากผู้ก่อเหตุที่ยิงสวนออกมาจากหน้าบ้านผู้บาดเจ็บ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุชื่อนายคทา เดสโร หรือจ๊อบ อายุ 29 ปี ยืนตะโกนโวยวายหน้าบ้านผู้บาดเจ็บพร้อมถืออาวุธปืนอยู่ในมือ ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นทราบว่า ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และแอบซ่อนอยู่ในบ้านไม่สามารถออกมาข้างนอกบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกไปเพื่อเข้าปิดล้อมปิดกั้นพื้นที่กั้นชาวบ้านให้ถอยห่าง จากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ก่อน พ.ต.ท.สมพงษ์ หนูเงิน สว.สส.สภ.เมืองสงขลา ทำหน้าที่เจรจาเกลี่ยกล่อมผู้ก่อเหตุให้วางอาวุธปืนและมอบตัว
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้งและตรวจสอบร่องรอยความเสียหายจากรูกระสุนปืนที่นายคทาก่อเหตุกราดยิง ภายในซอยร่วมใจ 8 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เบื้องต้นพบรอยรูกระสุนปืนที่นายคทาใช้อาวุธปืนยิงไปที่หน้าซอยทางเข้าบ้านนายสราวุฒิ พบรูกระสุนที่บริเวณกำแพงบ้านของชาวบ้าน 1 รู เครื่องซักผ้า 1 รู และผนังบ้าน 4 รู พร้อมปลอกกระสุนปืน .380 อีก 2 ปลอก ตกอยู่ที่โคนเสาไฟฟ้าหน้าปากซอย ซึ่งรอยรูกระสุนปืนนั้นเป็นช่วงที่นายคทายิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน.สภ.เมืองสงขลา ที่พึ่งเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ



โดยชาวบ้านรอบๆ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ตัวนายคทายิงปืนนั้นมาจากเสพยาเสพติดจนหลอนเพราะตัวเองเคยเจอมากับตัวแล้ว ปกติหากนายคทาไม่เสพยาเสพติดเข้าไปนั้น เค้าจะดีกับเพื่อนๆ แต่พอเล่นยาเข้าไปแล้วเปลี่ยนเป็นคนละคนเลย ช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงพอเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินหันหลังให้ก็ยิฃใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นนายคทายิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 5 นัด กระสุนปืนได้เจาะเข้าเครื่องซักผ้าและผนังบ้าน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับแม่ของนายสราวุฒิ ซึ่งยังคงมีอาการตื่นตระหนกและเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก กับเหตุการณ์ที่นายคทาบุกมายิงลูกชายถึงบ้าน ซึ่งยังไม่ราบว่ามาจากสาเหตุอะไร
โดยทางแม่ของนายสราวุฒิ เปิดเผยว่า เมื่อก่อนหน้าช่วงก่อนเกิดเหตุนายคฑาได้มาที่บ้านและพูดเสียงดังกันอยู่ในบ้าน จากนั้นตน ก็เดินไปที่บ้านและให้เปิดประตูก็พบว่ามีเพื่อนของลูกชายนั่งกันอยู่สามสี่คนซึ่งมีนายคทานั่งอยู่ด้วย ตอนนั้นยังไม่เห็นอาวุธปืนและทราบว่าเพื่อนของนายคทาได้พานายคทามาพูดเคลียกันกับลูกชายตน แต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรและก็เหลือบไปเห็นสรุปนายคทาพาอาวุธปืนมาด้วย ตอนนั้นก็พูดเคลียกันจบลงแล้ว และตนด้วยความเป็นห่วงจึงได้เรียกลูกชายออกมาจากตรงนั้นซึ่งตอนนั้นลูกชายยังไม่ทราบว่านายคทาอาวุธปืนมาด้วย จากนั้นเพื่อนก็ได้พานายคทาออกไปพร้อมกับนำอาวุธปืนไปเก็บแล้ว
พอมาถึงช่วงเกิดเหตุก็ไม่รู้สาเหตุว่ามาจากสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ เพราะตนเองไม่ได้อยู่และเล่าไม่ถูกว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ซึ่งไม่ได้เห็นหน้านายคทามานานหลายปีแล้วไม่รู้ว่าไปติดคุกหรือเปล่าเพิ่งจะมาเห็นหน้านายคทาครั้งแรกช่วงวันเกิดเหตุ ซึ่งบ้านของนายคทาอยู่ถัดไปไม่ไกลแต่ก็ไม่ได้เข้ามามั่วสุมที่บ้านอะไร
ต่อมา นายสราวุฒิ สาแหละ หรือ เจมส์ อายุ 28 ปี ทางแพทย์ผู้รักษาได้อนุญาตให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ก่อนโชว์บาดแผลที่บริเวณท้ายทอยหลังถูกนายคทาใช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนปืนทะลุ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามาจากสาเหตุอะไรที่ได้มีการบุกมายิงถึงบ้าน
จากการสอบถาม นายสราวุฒิ สาแหละ ได้เล่าว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุตนได้นอนเล่นโทรศัพท์อยู่กับแฟนภายในบ้านและได้ยินเสียงถีบประตูดังรัวๆ และตนก็จะลุกเดินไปเปิดประตูแต่แฟนได้ห้ามไว้ว่าห้ามเปิดซึ่งตอนนั้นก็รู้แล้วว่าเป็นนายคทามาที่บ้าน ตนจึงได้แกล้งตะโกนถามว่าใคร แล้วก็มีเสียงตอบกลับว่าเป็นนายคทา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่ตนจะลุกขึ้นไปเปิดนายคทาก็ได้ยิงปืนสวนเข้ามาในบ้าน ตอนนั้นจำไม่ได้ว่ายิงมากี่นัดแต่นัดแรกกระสุนปืนเข้าที่ท้ายทอยตนและต้นจำไม่ได้ซึ่งตอนนั้นต้นรู้สึกชาและมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร แต่ที่ได้ยินมาว่า นายคทาฝันว่าตนได้ยิงปืนใส่จำนวน 30-40 นัด ซึ่งกระสุนปืนเข้าทั้งหน้าทั้งร่างกายแต่นายคทาไม่ตาย และนายคฑายืนปล่อยให้ตนยิงใส่ให้เต็มที่เพราะนายคทาคิดว่าตัวเองมีพระดีเลยปล่อยให้ยืนยิงใส่ให้เต็มที่ ก่อนที่นายคทาตื่นนอนแล้วมีอาการแค้นจึงได้กลับมาเอาคืน
ทางด้าน พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผกก.สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า เจ้าพนักงานสายตรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่ซอยร่วมใจก็ได้เดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุถืออาวุธปืนเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและก็ได้แจ้งให้ผู้ก่อเหตุวางอาวุธปืนแต่ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงมาที่เจ้าพนักงานสอบสวนยิงต่อสู้ครับในเบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 2 คนที่มีสาเหตุทะเลาะวิวาทกันและก็ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนของผู้ก่อเหตุโดนที่ท้ายทอยและมีผู้หญิงอีกคนโดนกระสุนปืนที่ปลายคาง
ส่วนสาเหตุนั้นมาจากทะเลาะกันในเรื่องส่วนตัวไม่พอใจกันไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุอะไรเดี๋ยวจะได้สืบสวนสอบสวนอีกครั้งผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ได้หลังก่อเหตุพร้อมด้วยอาวุธปืนของกลางและก็ปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุและก็พบว่าผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนลั่นโดนขาและตอนนี้อยู่ระหว่างการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลาและเจ้าหน้าควบคุมตัวไว้ ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นอาวุธปืนบีบีกันดัดแปลงใช้ยิงกับกระสุนขนาด.380 ออโตเมติก เบื้องต้นสำหรับข้อหาความผิดของผู้ก่อเหตุ คือ ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ข้อหามีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและพกพาโดยไม่มีเหตุอันควร
ส่วนข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ผลตรวจอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด เนื่องจากทางผู้ก่อเหตุ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา และคาดว่าจะมีการตรวจเพิ่มเติมต่อไป พร้อมนำตัวฝากขังในวันนี้ (11 ก.ค)




พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

