“บ่าวพี หาดใหญ่” ลุยหน้าหอนาฬิกา เปิดโต๊ะเก็บตกอุทธรณ์น้ำท่วมวันแรกคนทะลัก คาดทะลุ 5,000 ราย เตรียมชงผู้ว่า สงขลา-รัฐบาล
“บ่าวพี หาดใหญ่” ลุยหน้าหอนาฬิกา เปิดโต๊ะเก็บตกอุทธรณ์น้ำท่วมวันแรกคนทะลัก คาดทะลุ 5,000 ราย เตรียมชงผู้ว่า สงขลา-รัฐบาล
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ก.ค. 2569 นายพีรวุฒิ วิชัยดิษฐกีรติกานต์ หรือ “บ่าวพี หาดใหญ่” อดีตปลัดอำเภอ และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ภายใต้สโลแกน “คนรุ่นใหม่อาสา มาแลเมือง” พร้อมทีมงาน ได้ลงพื้นที่บริเวณตลาดพลาซ่า หน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและติดตามความคืบหน้าการเปิดจุดรับคำร้องอุทธรณ์และเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นการเปิดรับลงทะเบียนรอบเก็บตกในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 11-12 กรกฎาคมนี้เป็น 2 วันสุดท้าย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดรับคำร้องเฟสแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

นายพีรวุฒิ เปิดเผยว่า จากการเปิดรับคำร้องในสัปดาห์แรก (7 วัน) มีประชาชนเข้ามายื่นเรื่องสูงถึง 3,123 เคส ส่วนวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของรอบเก็บตก ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงเที่ยง มีประชาชนเดินทางมายื่นคำร้องเพิ่มเติมแล้วเกือบ 500 ราย คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการในวันพรุ่งนี้ รวมกับเอกสารที่ประชาชนส่งมาทางไปรษณีย์ ยอดรวมทั้งหมดน่าจะพุ่งสูงถึงเกือบ 5,000 รายอย่างแน่นอน
หลังจากนี้ผมและทีมงานจะเร่งทำเอกสารและรวบรวม Data ทั้งหมด เพื่อจำแนกประเภทว่ามีการยื่นอุทธรณ์ในกรณีไหนและพื้นที่ใดบ้าง โดยขั้นแรกสุดจะนำข้อมูลทั้งหมดนี้ส่งต่อให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และส่งต่อไปยังรัฐบาล เพื่อขอให้จัดสรรงบประมาณลงมาช่วยเหลือ หรืออย่างน้อยที่สุด คือการเปิดโต๊ะรับอุทธรณ์อย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อรับฟังเสียงของประชาชนจริงๆ ว่า การประเมินที่ผ่านมาถูกต้องและสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะมีชาวบ้านเดือดร้อนและยังตกหล่นอยู่อีกจำนวนมาก บางรายยื่นเรื่องไปแล้วมีชื่ออยู่แต่เงินไม่เข้า หรือบางรายยื่นไปแล้วแต่ชื่อหายไปเลยก็มี

สะท้อนปัญหา “ข้อมูลคลาดเคลื่อน-ตกหล่นซ้ำซ้อน”
นายพีรวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่พบบ่อยในขณะนี้คือ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ ยกตัวอย่างเช่น เคสของคุณลุงรายหนึ่งที่เดินทางมาในวันนี้ แกได้รับเงินเยียวยากรณีน้ำท่วม 9,000 บาทไปแล้ว แต่ในวันแรกที่ไปยื่นเรื่อง ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า เงินก้อนนี้รวมค่าซ่อมแซมบ้านด้วยหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ารวมกัน ทำให้แกไม่ได้ยื่นเรื่องซ่อมบ้านแยกต่างหาก วันนี้จึงต้องเดินทางมาลงทะเบียนในกรณีตกหล่นเงินซ่อมบ้าน ซึ่งปัญหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุ หัวหน้าครอบครัวที่ประสบอุบัติเหตุ หรือผู้ที่ต้องอพยพในช่วงน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก
เปิด 2 ปัญหาหลัก ประเมินไม่เป็นธรรม-ยอดตกหล่นพุ่ง
จากการเก็บข้อมูลของทีมงานพบว่า ปัญหาของผู้ร้องเรียนสามารถจำแนกออกเป็น 2 อันดับหลักๆ คือ
อันดับ 1 (เรื่องการประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง) ประชาชนมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น บางรายได้เงินเยียวยา 7,000 – 9,000 บาท ซึ่งถือว่าน้อยอยู่แล้ว แต่เมื่อไปเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันที่น้ำท่วมสูงเท่ากัน แต่กลับได้รับเงินเยียวยาสูงถึง 40,000 – 50,000 บาท ทำให้มองว่าเกณฑ์การประเมินของเจ้าหน้าที่ไม่ถูกต้อง

อันดับ 2 (กรณีตกหล่นไม่ได้เลย) มีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาใดๆ เลยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และรอบปริมณฑล เช่น ตำบลคอหงส์, คลองแห, ควนลัง และเทศบาลเมืองบ้านพรุ
ทั้งนี้ “บ่าวพี หาดใหญ่” ย้ำทิ้งท้ายว่า บ้านทุกหลังที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังคงมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ได้ โดยขอให้ผู้ยื่นคำร้องตรวจสอบสิทธิ์และชื่อผู้ยื่นไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน โดยสามารถเดินทางมายื่นเรื่องได้ที่หน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ จนถึงวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค.) ตั้งแต่ 09.00น.-17.00น. เป็นวันสุดท้าย

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

