จับกุมพาดหัวข่าว

สืบคลองตันงานไว! รวบหนุ่มวัย 27 ชิงเงินร้านสะดวกซื้อย่านสุขุมวิท 67 ได้ไม่ถึงวัน รับสารภาพอ้างเครียดหนี้สิน

สืบคลองตันงานไว! รวบหนุ่มวัย 27 ชิงเงินร้านสะดวกซื้อย่านสุขุมวิท 67 ได้ไม่ถึงวัน รับสารภาพอ้างเครียดหนี้สิน

ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ก่อนจับกุมหนุ่มวัย 27 ปี ผู้ก่อเหตุบุกชิงเงินร้านท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตย่านสุขุมวิท 67 ได้ภายในวันเดียว พร้อมยึดรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าตัวรับสารภาพ อ้างตัดสินใจลงมือเพราะปัญหาหนี้สินและอารมณ์ชั่ววูบ

ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก.สน.คลองตัน, พ.ต.ท.ภราดร สุวรรณรัตน์ รอง ผกก.สส.สน.คลองตัน พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา จั้นวันดี และ พ.ต.ต.บรรพต ถิ่นทัพไทย สว.สส.สน.คลองตัน ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เร่งติดตามตัวคนร้ายหลังก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายเอกสิทธิ์ หรือ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยปกปิดใบหน้าและใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและหลบหนี” พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ หมวกนิรภัยสีดำติดสติ๊กเกอร์สีส้ม-ขาวที่ใช้สวมขณะก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 04.21 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 คนร้ายสวมหมวกกันน็อกปกปิดใบหน้า สวมเสื้อและกางเกงสีดำ บุกเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง บริเวณสุขุมวิท 67 ก่อนข่มขู่พนักงานจนเกิดความหวาดกลัว และบังคับให้เปิดลิ้นชักเก็บเงิน ได้เงินสดไปจำนวน 2,370 บาท แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

หลังเกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและแกะรอยเส้นทางหลบหนีอย่างต่อเนื่อง จนสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนติดตามไปจับกุมได้ในเวลา 17.10 น. ของวันเดียวกัน บริเวณป่ารกกลางซอยสุขุมวิท 70 แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหากำลังถอดแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุเพื่ออำพรางหลักฐาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดเสื้อผ้า รองเท้า และหมวกกันน็อกที่สวมใส่ในวันก่อเหตุไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม

จากการสอบสวน นายเอกสิทธิ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตัดสินใจก่อเหตุเพราะประสบปัญหาหนี้สินและเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.