ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

“ดร.ธนกฤต” รับเรื่อง “ดร.แก้ว” ถูกอดีตนักการเมืองใหญ่หลอกเงิน 5 แสน แลกโควตาฝากเข้าเรียนหลักสูตรดัง ไร้ชื่อ-บ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน จ่อร้อง ป.ป.ช.-กองปราบฯ

“ดร.ธนกฤต” รับเรื่อง “ดร.แก้ว” ถูกอดีตนักการเมืองใหญ่หลอกเงิน 5 แสน แลกโควตาฝากเข้าเรียนหลักสูตรดัง ไร้ชื่อ-บ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน จ่อร้อง ป.ป.ช.-กองปราบฯ

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ (ดร.แก้ว) ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำกรรมาธิการ รัฐสภา กรณีถูกผู้บริหารระดับสูงของสถาบันหลักสูตรชื่อดัง ซึ่งเป็นอดีตนักการเมืองใหญ่ในพรรคการเมืองใหญ่ เรียกรับเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการฝากบุคคลเข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว แต่สุดท้ายกลับไม่มีชื่อตามข้อตกลง และปฏิเสธการคืนเงิน
ดร.ธนกฤต ระบุว่า เคสนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว แต่ผู้ร้องมีความกังวลใจเนื่องจากคู่กรณีเป็นอดีตนักการเมืองใหญ่ จึงเดินทางมาขอให้ช่วยประสานงานไปยัง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เพื่อให้ช่วยสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในเชิงลึก โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน รายละเอียดแชตไลน์ และพยานหลักฐานต่างๆ อย่างตรงไปตรงมา


ด้าน ดร.แก้ว ได้เปิดเผยไทม์ไลน์ และรายละเอียดเหตุการณ์ว่า ตนเอง และผู้บริหารคนดังกล่าวรู้จักกันมาตั้งแต่ปี 2563 ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ที่ผ่านมาเคยมีการฝากบุคคลเข้าเรียนในรุ่นก่อนๆ มาแล้ว และประสบความสำเร็จได้เข้าเรียนตามโควตา จนกระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด
18 กรกฎาคม 2568 ได้มีการนัดหมายส่งมอบเงินจำนวน 500,000 บาท ที่สโมสรราชพฤกษ์ โดยคู่กรณีได้ส่งตัวแทนเป็นนายตำรวจยศ “ร้อยตำรวจเอก” มารับเงินแทน และทีมงานได้นำเงินไปนับส่งมอบกันภายในห้องน้ำของสถานที่ดังกล่าวเพื่อความครบถ้วน
ก่อนวันประกาศผล ดร.แก้ว พร้อมผู้ที่ต้องการเข้าเรียน ได้เดินทางไปพบผู้บริหารคนดังกล่าว ณ สถานที่ราชการแห่งหนึ่งย่านนางเลิ้ง พร้อมมอบทุเรียน 1 ลูก เพื่อตอกย้ำถึงข้อตกลงการเข้าเรียน
18 พฤษภาคม 2569 มีการประกาศผลรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าอบรม ปรากฏว่าไม่มีรายชื่อบุคคลที่ฝากไว้ เมื่อพยายามติดต่อผู้บริหารคนดังกล่าวกลับไม่สามารถติดต่อได้


31 พฤษภาคม 2569 หลังจากพยายามประสานผ่านผู้ติดตาม อีกฝ่ายได้ติดต่อกลับมาทางแชตไลน์ในลักษณะภาคเสธ และบ่ายเบี่ยงที่ไม่ยอมคืนเงินค่าฝากเรียน
15 มิถุนายน 2569 ดร.แก้ว ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “ฉ้อโกง” ต่อพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี
ดร.แก้ว ยืนยันว่า การไม่ได้เข้าเรียนไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่เมื่อไม่สามารถดำเนินการให้ได้ก็ควรคืนทรัพย์สินกลับมา ซึ่งหลังจากนี้เตรียมจะนำหนังสือและหลักฐานไปยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร, สำนักงานบอร์ดของสถาบันดังกล่าว, คณะกรรมการ ป.ป.ช. และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ถึงที่สุดต่อไป