อ่างทอง – รวบแล้วไอ้เอกก่อเหตุตีชายวัย48ปีดับปริศนาเผยสาเหตุจากการนำรถจักรยานยนต์ไปใช้และไม่ยอมคืน อ้างไอ้เคนและไอ้สมเจตใช้สายยางและไม้ตีราวบันได ก่อนนำมาส่งไว้ที่ศาลาหน้าบ้าน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพกราบเท้าแม่ผู้เสียชีวิต ส่วนไอ้สมเจต และไอ้เคนยังหลบหนี
อ่างทอง รวบแล้วไอ้เอกก่อเหตุตีชายวัย48ปีดับปริศนาเผยสาเหตุจากการนำรถจักรยานยนต์ไปใช้และไม่ยอมคืน อ้างไอ้เคนและไอ้สมเจตใช้สายยางและไม้ตีราวบันได ก่อนนำมาส่งไว้ที่ศาลาหน้าบ้าน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพกราบเท้าแม่ผู้เสียชีวิต ส่วนไอ้สมเจต และไอ้เคนยังหลบหนี
วันที่ 4 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้ทำการควบคุมตัว ไอ้เอก หรือ นาย เอกชัย บุญไพศาล วัย 45 ปี ผู้ต้องสงสัย ทำร้าย นาย มลชัย อ้นชัยยะ อายุ 48 ปี จนเสียชีวิต แล้วนำใส่รถยนต์กระบะมาทิ้งไว้ที่บริเวณศาลา หน้าบ้านบ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 2 ตำบลมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐาน จึงพร้อมกำลังเข้าไปตรวจค้นบ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลบางพลับ อำเภอโพธิ์ทอง ได้พบกับ นาย เอก หรือ นาย เอกชัย บุญไพศาล อายุ 45 ปี จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ส่วน นาย สมเจต ไม่ทราบนามสกุล ผู้ร่วมขบวนการ เห็นเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระโดดจากรถจักรยานยนต์วิ่งหลบหนีไปได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นาย เอก มาสอบสวนขยายผลที่ สภ.เมืองอ่างทอง
เบื้องต้น นาย เอก ยอมรับสารภาพว่า คนที่ทำร้าย นาย มลชัย ไม่ใช้ตนเอง แต่เป็น ไอ้เคน และไอ้สมเจต สองคนที่รุมทำร้าย นาย มลชัย โดยใช้อาวุธที่เป็นไม้ราวบันได สายยาง และท่อพีวีซี รุมตีและรุมกระทืบจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสาเหตุมาจาก นาย มลชัย ขอยืมรถจักรยานยนต์ของตนเองไปแล้วไม่คืน จึงทำให้เกิดความโกรธแค้น ซึ่งเมื่อช่วงเย็นวานนี้ นาย มลชัย ได้เดินทางมาหาที่บ้าน เพื่อที่จะให้ตนเองซื้อยาเสพติดให้ และได้นำจักรยานยนต์ของตนเองไป แล้วไม่นำมาส่งคืน และอ้างว่าจะใช้เงินผ่อนให้รายเดือน

ทาง นาย เคน และ นาย สมเจต เพื่อนของตนเอง จึงรุมทำร้ายจากนั้นได้นำขึ้นรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ นำร่างอันไร้สติของ นาย มลชัย มาวางไว้ที่ศาลาหน้าบ้านพัก จนกระทั่งเช้ามีผู้มาพบศพ ซึ่งตนเองยอมรับว่าเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าว พร้อมด้วย นาย สมเจต และ นายเคน ซึ่งเป็นคนตี นาย มลชัย นำผู้เสียชีวิตมาวางไว้ที่ศาลาหน้าบ้าน
จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นาย เอก เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยทางญาติของ นาย มลชัย ซึ่งมีความไม่พอใจลุมด่าทอเป็นจำนวนมาก พร้อมจะเข้าทำร้ายแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยับยั้งและขอร้องเอาไว้ ซึ่งทางญาติได้ให้ นาย เอก กราบเท้าขอขมาแม่ของผู้เสียชีวิต นายเอกจึงยอมกราบเท้าแม่ของผู้เสียชีวิต
ส่วน นาง พะเยาว์ แม่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ถึงผู้ก่อเหตุจะยอมกราบเท้าขอขมาตนเอง แต่ตนเองไม่มีวันให้อภัยอย่างเด็ดขาด ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ตนเองเลี้ยงลูกมาก็ไม่เคยตีแม้ซักทีเดียว จึงไม่ขอให้อภัยกับผู้ก่อเหตุทั้งหมด
หลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นาย เอก ไปสอบสวนขยายผล และเตรียมออกหมายจับ ไอ้เคน และไอ้สมเจต มาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

ซึ่งเหตุการณ์ เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 69 ร.ต.อ.มานิตย์ นาคไพบูลย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าพบผู้เสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 2 ตำบลมหาดไทย อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังได้รับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในที่เกิดเหตุบริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้านหลังดังกล่าว พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมา นาย มลชัย อ้นชัยยะ อายุ 48 ปี เบื้องต้นพบว่ามีบาดแผลที่บริเวณแผ่นหลังของผู้เสียชีวิต มีร่องบาดแผลเป็นริ้วรอยจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนกฏหมาย จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าบ้าน พบว่าในช่วงเวลา 00.09 น. ของวันที่ 4 ส.ค. มีรถยนต์กระบะวิ่งมาจอดที่บริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้าน จุดที่พบศพอยู่สักพักก่อนขับออกไป
จากการสอบสวน นาง พเยาว์ อ้นชัยยะ วัย 76 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมานั้น มีญาติมาบอกว่าพบ นาย มลชัย ลูกชายนอนอยู่ที่บริเวณศาลาริมถนนหน้าบ้าน จึงได้ออกมาดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วน นาย มลชัย อาศัยอยู่กับแม่ได้ประมาณ 2 เดือน มีโรคประจำตัวป่วยหลายโรค อาทิ โรคหัวใจ เคยทำบายพาส และยังเป็นผู้พิการ ประเภทความพิการ 4
ด้าน นาย ศักดิ์เตชรินทร์ โตวิจิตร์ กำนันตำบลมหาดไทย เล่าให้ฟังว่า นาย มลชัย ป่วยหลายโรค และยังป่วยจิตรเวช เจ้าหน้าที่มารับไปทำการรักษาเป็นประจำ และยังเป็นผู้พิการ ประเภทความพิการ 4
จากการได้ดูกล้องวงจรปิด ในช่วงเวลา 19.21 น. ของวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว พบว่ามีชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อนำมาคืน นาย มลชัย แต่ไม่เจอตัวจึงขับขี่ออกไป ส่วนรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวนั้น ทาง นาย มลชัย ได้ไปยืมเพื่อนบ้านมาอีกที ตอนนี้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็ยังหาไม่เจอ


