“ภูพานเฮ” นวัตกรรมพืชเศรษฐกิจใหม่จากงานวิจัย สู่ความภาคภูมิใจของ “ชาวสกลนคร”
“ภูพานเฮ” นวัตกรรมพืชเศรษฐกิจใหม่จากงานวิจัย สู่ความภาคภูมิใจของ “ชาวสกลนคร”
การพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศไทยในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและทางเลือกใหม่ให้แก่เกษตรกร เส้นทางแห่งความสำเร็จของ ภูพานเฮ (Bactris gasipaes Kunth) สายพันธุ์ ยูริ02เอสพี6 ยูริมากิอัส (YURI02SP6 YURIMAGIAS) พืชเศรษฐกิจสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาต่อยอดมาจากพืชตระกูลปาล์มในแถบละตินอเมริกา ซึ่งผ่านกระบวนการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์อย่างเป็นระบบ ยาวนานกว่า 1 ทศวรรษ จนสามารถเพาะปลูกได้จริงในประเทศไทย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่จังหวัดสกลนคร และได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว

การแสวงหาพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย “ภูพานเฮ” เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากภูมิภาคละตินอเมริกา (รู้จักในระดับสากลในชื่อ Pupunha) ซึ่งได้ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยและผ่านกระบวนการวิจัยเชิงประจักษ์ โดยมี ดร. กฤษฎา จักรเสน เป็นผู้ริเริ่มและบุกเบิกโครงการ ด้วยความมุ่งมั่นในการทดลองและปรับปรุงสายพันธุ์ยาวนานกว่า 10 ปี ทำให้พืชชนิดนี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศและนิเวศวิทยาของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จนได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชอย่างเป็นทางการ และถือเป็นพืชเศรษฐกิจ 1 เดียวในประเทศไทยที่เกิดจากความสำเร็จนี้
ความสำเร็จของ “ภูพานเฮ” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ความสำเร็จทางวิชาการในห้องทดลองหรือแปลงปลูก แต่ยังครอบคลุมไปถึงการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง
ปัจจุบันผลผลิตภูพานเฮได้รับการยอมรับในเชิงพาณิชย์และมีวางจำหน่ายในห้างค้าปลีกชั้นนำระดับประเทศ อาทิ ท็อปส์ (Tops) ห้างฟูจิ ห้างรินปิง และเพื่อเป็นการต่อยอดมูลค่าของผลผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จะมีการส่งมอบ “ยอดสดภูพานเฮ” เกรดพรีเมียม ขนาด 250 กรัม เข้าสู่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ 5 แห่ง ได้แก่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม (The Emporium),ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier),เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน,เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ และยังสามารถหาซื้อได้ที่ ตลาด อตก.
ซึ่งการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเหล่านี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงการบูรณาการตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ (การวิจัยและเพาะปลูก) กลางน้ำ (การจัดการผลผลิต) และปลายน้ำ (การตลาด) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่ต้องสร้างความเข้าใจในระดับวิชาการและสาธารณะ คือเรื่องของนามบัญญัติ แม้พืชชนิดนี้จะเป็นที่รู้จักในต่างประเทศในชื่อ ชอนตาดุโร (Chontaduro) พูปุนญา (Pupunha) พีชปาล์ม (Peach Palm) หรือมีชื่อเรียกอื่นๆ ตามความคุ้นเคย แต่สำหรับสายพันธุ์ที่ผ่านการวิจัย ปรับปรุงพันธุ์ และจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย จะใช้ชื่อทางการว่า “ภูพานเฮ (Pupanha)” เท่านั้น การใช้ชื่อนี้จึงไม่ใช่เพียงการระบุชนิดพืช แต่เป็นการระบุถึงแหล่งที่มา ทรัพย์สินทางปัญญา และมาตรฐานสายพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง “ภูพานเฮ” คือผลลัพธ์ของความอุตสาหะ การลงทุนทั้งหยาดเหงื่อ เวลา และทุนทรัพย์ในการวิจัยกว่าทศวรรษของ ดร. กฤษฎา จักรเสน เพื่อมุ่งหวังให้เป็นแสงสว่างและทางเลือกใหม่ของเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ตาม ในแวดวงวิชาการและธุรกิจการเกษตร การให้เกียรติผู้ค้นคว้าและเคารพในสิทธิบัตรทางปัญญา ถือเป็นจรรยาบรรณขั้นสูงสุด การกระทำใดๆ ที่มีลักษณะพยายามลอกเลียนแบบ แอบอ้างผลงาน นำหยาดเหงื่อแรงงานของผู้บุกเบิกไปเคลมเป็นผลงานของตนเอง หรือความพยายามที่จะบิดเบือนชื่อสายพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องอย่าง “ภูพานเฮ” ไปเป็นชื่ออื่นเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองนั้น ถือเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งเกียรติยศ ละเมิดหลักจริยธรรม และเป็นสิ่งที่วิญญูชนพึงละอายใจอย่างยิ่ง
นวัตกรรมที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนรากฐานของความสัตย์จริง ของแท้และสายพันธุ์ที่ผ่านการรับรองในประเทศไทย ต้องใช้ชื่อ “ภูพานเฮ” เท่านั้น

#ภูพานเฮ #พืชเศรษฐกิจใหม่ #ทางเลือกใหม่ของเกษตรกร #นวัตกรรมการเกษตร #ทรัพย์สินทางปัญญา

