สภาผู้บริโภคประจวบฯ เปิดเกมรุก! ระดม 13 องค์กรถอดบทเรียน 1 ปี ลุยสกัดภัยออนไลน์–ดัน “Lemon Law” คุ้มครองประชาชน
สภาผู้บริโภคประจวบฯ เปิดเกมรุก! ระดม 13 องค์กรถอดบทเรียน 1 ปี ลุยสกัดภัยออนไลน์–ดัน “Lemon Law” คุ้มครองประชาชน
ประจวบคีรีขันธ์ – สภาองค์กรของผู้บริโภคประจวบฯ เปิดเวทีใหญ่ถอดบทเรียนรอบ 1 ปี ระดมเครือข่าย 13 องค์กร วิเคราะห์ผลงาน ปัญหา และอุปสรรค ก่อนเดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก ชูภัยซื้อขายสินค้าออนไลน์เป็นโจทย์ใหญ่ พร้อมผลักดัน “Lemon Law” และเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ตั้งแต่บ้านจัดสรร สายสื่อสารรกรุงรัง ไปจนถึงความเป็นธรรมด้านพลังงาน
เมื่อวันที่ 8–9 สิงหาคม 2569 ที่ The Green Beach Resort อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค จัดเวที “ถอดบทเรียนหน่วยประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2569” โดยมีเครือข่ายองค์กรสมาชิก 13 องค์กรเข้าร่วม เพื่อสรุปผลการทำงานตลอดปีที่ผ่านมา แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพื้นที่จริง พร้อมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคในปี 2570
ภายในงาน นายประมุข เมืองจันทบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามร้อยยอด และสมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวต้อนรับในนามเจ้าของสถานที่ ขณะที่ นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภคแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดเวที โดยมี นางสาวธนพร บางบัวงาม หัวหน้าหน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ และ นายนัทนทรีชา คำทอง ประธานสภาผู้บริโภคจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกล่าวปิดเวทีในช่วงท้าย
เปิดเวที “โชว์ แชร์ โหวต” งัดของจริงจากพื้นที่สู่การต่อยอด
กิจกรรมสำคัญของเวทีครั้งนี้คือ “โชว์ แชร์ โหวต” เปิดโอกาสให้ตัวแทนองค์กรสมาชิกนำเสนอผลงาน เทคนิค และรูปแบบการทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคที่เกิดผลจริงในพื้นที่ ก่อนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและคัดเลือกแนวทางที่มีศักยภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่น
เครือข่ายที่เข้าร่วมครอบคลุมหลายพื้นที่ ได้แก่ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ บางสะพาน ทับสะแก ปราณบุรี สามร้อยยอด หัวหิน กุยบุรี และบางสะพานน้อย รวมถึงองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคระดับตำบลจาก ทองมงคล คลองวาฬ ปากน้ำปราณ และบ่อนอก
จับตา “ภัยออนไลน์” โจทย์ใหญ่ผู้บริโภคยุคดิจิทัล
นางสาวบุญยืน ศิริธรรม กล่าวว่า การถอดบทเรียนครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการมองย้อนการทำงานตลอดรอบ 1 ปี ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหา และอุปสรรค เพื่อยกระดับการทำงานของเครือข่ายให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น

โดยเฉพาะปัญหาจาก การซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่มีแนวโน้มสร้างความเสียหายให้ผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งสินค้าไม่ตรงปก สินค้าชำรุด การโฆษณาเกินจริง การหลอกลวงซื้อขาย และปัญหาการติดตามผู้ขาย ซึ่งจำเป็นต้องสร้างกลไกคุ้มครองผู้บริโภคให้เท่าทันรูปแบบการค้าสมัยใหม่
ผลงานรอบปีเดินหน้า “ช่วยจริง–แก้จริง–สู้แทนประชาชน”
หนึ่งในผลงานสำคัญของสภาองค์กรของผู้บริโภค คือการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการกลั่นกรองคดี เพื่อพิจารณาและให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการดำเนินคดีแทนในกรณีที่มีความจำเป็น โดยเฉพาะปัญหา บ้านจัดสรรและที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีการเข้าไปแก้ไขปัญหา สายสื่อสารรกรุงรัง ซึ่งไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งผลักดันนโยบายด้าน อาหารและยา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าที่ปลอดภัย และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
ดัน “Lemon Law” เปลี่ยนเกมความรับผิดชอบจากผู้ซื้อสู่ผู้ขาย
อีกประเด็นสำคัญที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเดินหน้าผลักดัน คือ “Lemon Law” หรือกฎหมายว่าด้วยความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค
แนวคิดสำคัญคือ เมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าแล้วพบปัญหาหรือความชำรุดบกพร่อง ภาระไม่ควรตกอยู่กับประชาชนฝ่ายเดียวในการพิสูจน์ความเสียหาย แต่ควรมีกลไกให้ผู้ประกอบการเข้ามารับผิดชอบและพิสูจน์คุณภาพของสินค้าอย่างเป็นธรรม
นอกจาก Lemon Law แล้ว สภาองค์กรของผู้บริโภคยังเดินหน้าผลักดันประเด็น ความเป็นธรรมด้านพลังงาน ปัญหาบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม รวมถึงประเด็นที่กระทบต่อสิทธิและคุณภาพชีวิตของประชาชนในหลายมิติ
“ประชาชนบริหาร ประชาชนขับเคลื่อน” สร้างกลไกคุ้มครองจากฐานราก
สภาองค์กรของผู้บริโภคเป็นองค์กรที่มีประชาชนและเครือข่ายผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงาน โดยเดินหน้าภายใต้กฎหมายจัดตั้งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบคุ้มครองผู้บริโภคที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริง และมีเครือข่ายในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นกลไกช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ระดับชุมชน
เวทีถอดบทเรียนที่ประจวบคีรีขันธ์จึงไม่ใช่เพียงการสรุปผลงานที่ผ่านมา แต่เป็นการ ยกระดับเครือข่ายจากการตั้งรับปัญหาไปสู่การป้องกันและแก้ไขเชิงรุก โดยเฉพาะภัยจากโลกออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นความเสี่ยงใกล้ตัวของผู้บริโภคในทุกครัวเรือน
ประชาชนเดือดร้อน ร้องเรียนได้
ประชาชนที่ประสบปัญหาการซื้อสินค้าและบริการ หรือถูกละเมิดสิทธิผู้บริโภค สามารถขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ที่ หน่วยงานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือหน่วยงานประจำจังหวัดของสภาองค์กรของผู้บริโภคในพื้นที่ รวมถึงช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของหน่วยงาน และ สายด่วน 1502

พิสิษฐ์ รื่นเกษม
ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โทร. 064-364-1644

