ปทุมธานี – ไฟไหม้บริษัททำบูธอีเวนต์เสียหายกว่า 10 ล้านบาท คนงาน 11 ชีวิตหนีตายหวุดหวิด
ปทุมธานีไฟไหม้บริษัททำบูธอีเวนต์เสียหายกว่า 10 ล้านบาท คนงาน 11 ชีวิตหนีตายหวุดหวิด
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ร.ต.ท.นิธิรุจน์ โรจน์รัตติธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในบริษัท กู๊ด ไอเดีย เก็ท จำกัด เลขที่ 408/3 หมู่ 1 ซอยร่วมสุข 4/8 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบ้านใหม่ เทศบาลตำบลบางขะแยง และเทศบาลตำบลบางพูน รวม 8 คัน รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ดร.สมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบริษัทปลูกสร้างบนเนื้อที่ 200 ตารางวา โครงสร้างเป็นสำนักงาน 2 ชั้น ภายในมีบ้านพักคนงาน เครื่องจักรกล และวัสดุอุปกรณ์จำนวนมาก พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณด้านหลัง ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บวัสดุประเภทไม้สำหรับใช้จัดทำบูทตามห้างสรรพสินค้า ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องขอสนับสนุนรถน้ำจากหน่วยงานพื้นที่ข้างเคียงเข้ามาระดมฉีดน้ำสกัดกั้น โดยมี ดร.สมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ ลงพื้นที่ร่วมบัญชาการดับเพลิงด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบถาม น.ส.ชนะกาญจน์ สัมพกุลมาลา อายุ 49 ปี เจ้าของกิจการ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานพักอาศัยอยู่ภายในบ้านพักจำนวน 11 คน ซึ่งทุกคนสามารถวิ่งหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณด้านหลังที่เป็นสถานที่เก็บไม้สำหรับออกร้านอีเวนต์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ด้าน ดร.สมบูรณ์ ปานย้อย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ (บุคคลสำคัญระดับท้องถิ่น) กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุ ตนได้เดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พบว่าไฟได้ลุกไหม้จากทางด้านหลังบริษัท ซึ่งเต็มไปด้วยวัสดุติดไฟง่าย จึงเร่งสั่งการให้สกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลาม ทราบว่าบริษัทแห่งนี้เพิ่งเปิดกิจการมาได้เพียง 2 ปี เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ขณะที่ ร.ต.ท.นิธิรุจน์ โรจน์รัตติธรรม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากคลองรังสิต ได้ทำการตรวจสอบและบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำพยานบุคคล และกันพื้นที่ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป


