ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

สร้างสะพานกลับรถจุดเสี่ยง “สนับทึบ กม.74” ลดอุบัติเหตุ แก้จุดตัดจราจร เพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้ทาง

สร้างสะพานกลับรถจุดเสี่ยง “สนับทึบ กม.74” ลดอุบัติเหตุ แก้จุดตัดจราจร เพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้ทาง

วันที่ 18 สิงหาคม นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นาย สหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วย นางผกาวรรณ ศรีพุทธานุสรณ์ ประธานบริหารบริษัท สามัคคีที่ดินและเคหะ จำกัด ร่วมพิธีบวงสรวงและทำบุญเลี้ยงพระ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โครงการสร้างสะพานกลับรถบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 บริเวณ บ.สนับทึบ ( ขาเข้าและขาออก ) จ.พระนครศรีอยุธยา 1 แห่ง ระยะทางยาว ประมาณ 3 กิโลเมตร

ก่อนเริ่มดำเนินการกดและตอกเสาเข็มนำร่อง เตรียมก่อสร้างสะพานกลับรถบนถนนพหลโยธิน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 74 ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง พนักงานเจ้าหน้าที่ และคนงานก่อสร้างเข้าร่วมพิธี

นายทีปศักดิ์ ชาญวรรณกุล ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสะพานจุดกลับรถสนับทึบ กิโลเมตรที่ 74 เปิดเผยว่า จุดกลับรถระดับพื้นผิวถนนบริเวณบ้านสนับทึบที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กรมทางหลวงจึงอนุมัติงบประมาณเพื่อปรับปรุงรูปแบบจุดกลับรถจากระดับพื้นราบเป็นสะพานกลับรถยกระดับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

โครงการดังกล่าวมีแนวทางเช่นเดียวกับจุดกลับรถที่ดำเนินการแล้วบนถนนพหลโยธิน ได้แก่ จุดกลับรถบ้านชะแมบ กิโลเมตรที่ 72 และจุดกลับรถกิโลเมตรที่ 76 ซึ่งช่วยแก้ปัญหาการตัดกระแสจราจรบนถนนสายหลัก

สำหรับสะพานกลับรถบ้านสนับทึบ กิโลเมตรที่ 74 จะก่อสร้างเป็น 2 โครงสร้าง แยกออกจากกัน เพื่อรองรับการกลับรถได้ทั้งสองทิศทาง โดยสะพานกลับรถฝั่งขาเข้า รองรับรถที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ให้สามารถกลับรถมุ่งหน้ากลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างปลอดภัย ส่วนสะพานกลับรถฝั่งขาออก รองรับรถที่เดินทางมาจากนครราชสีมา สามารถกลับรถเพื่อมุ่งหน้ากลับไปทางนครราชสีมาได้

การก่อสร้างสะพานกลับรถดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาจุดตัดจราจรในระดับพื้นราบ ลดการชะลอตัวและการตัดกระแสของรถที่ใช้เส้นทางหลัก ทำให้การจราจรสามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ลดระยะเวลาในการเดินทาง และเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนบนถนนพหลโยธิน