ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ชู AI ยกระดับงานสื่อรัฐ สู่สื่อหลายแพลตฟอร์ม

รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ชู AI ยกระดับงานสื่อรัฐ สู่สื่อหลายแพลตฟอร์ม
ร้อยเอ็ด – รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สวท.ร้อยเอ็ด และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการด้านเครื่องมือในการทำงาน ย้ำเดินหน้าประยุกต์ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพงานประชาสัมพันธ์ พร้อมผลักดัน สวท.ร้อยเอ็ด ปรับบทบาทสู่การผลิตและเผยแพร่สื่อหลายแพลตฟอร์ม รองรับพฤติกรรมการรับข่าวสารของประชาชนยุคดิจิทัล
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ดร.พรพิทักษ์ แม้นศิริ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด ณ ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด


โดยมี นางสาวพรนภา ชาชุมพร ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวพรหมพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 1 ขอนแก่น และสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 อุบลราชธานี ร่วมให้การต้อนรับ
ดร.พรพิทักษ์ กล่าวว่า การเดินทางมาตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ดครั้งนี้ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อพบปะข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ ซึ่งมี 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติราชการ รวมทั้งรับฟังความต้องการด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ ปัญหาอุปสรรคในการทำงาน ตลอดจนแนวทางการพัฒนาความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ
จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ทั้ง 2 หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ประจักษ์ สามารถสะท้อนผลการปฏิบัติงานผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ รวมถึงเสียงสะท้อนจากผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ตลอดจนเครือข่ายประชาชนที่ติดตามผ่านการจัดรายการวิทยุและสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเพจ Facebook ของ สวท.ร้อยเอ็ด FM 94 MHz ซึ่งเป็นอีกช่องทางสำคัญในการสื่อสารกับประชาชน
รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวถึงการนำ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารว่า ปัจจุบันเทคโนโลยี AI มีความจำเป็นต่อการขับเคลื่อนงาน เพราะสามารถช่วยสรุปภารกิจ ทำให้งานมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์ได้ตรงประเด็น และช่วยลดภาระงานของบุคลากรที่มีภารกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมประชาสัมพันธ์จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้าน AI โดยจะส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานศึกษา เรียนรู้ และพัฒนาทักษะการใช้ AI และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อนำมาสนับสนุนงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ดร.พรพิทักษ์ ย้ำว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยในการปฏิบัติงาน ส่วนผู้ที่พิจารณา ตรวจสอบ และรับผิดชอบผลงานขั้นสุดท้ายยังคงเป็นบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง Fake News และจริยธรรมในการสื่อสาร ผู้ใช้ต้องมีความรับผิดชอบและตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ
กรมประชาสัมพันธ์จะใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการสื่อสารเชิงบวก สร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน และยึดมั่นในความถูกต้องของข้อมูล
ดร.พรพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตกรมประชาสัมพันธ์จะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับบริบทการสื่อสารยุคใหม่ โดยมุ่งพัฒนาองค์กรให้มีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้ทรัพยากรของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับ สวท.ร้อยเอ็ด ในอนาคตอาจไม่ได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการจัดรายการวิทยุเท่านั้น แต่สามารถเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน ทั้งเด็ก เยาวชน ผู้ใหญ่ เครือข่ายประชาชน และองค์กรต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่หลากหลายและเข้าถึงประชาชนมากขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการผลิตและบันทึกเทปถวายพระพร ซึ่งในอดีตมักดำเนินการผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT เป็นหลัก แต่ปัจจุบันสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดและพัฒนาเป็นรูปแบบการผลิตสื่อที่หลากหลายมากขึ้น ถือเป็น Innovation ด้านการคิดและการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาการถ่ายทอดสดหรือ Streaming ผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงผลิตคลิป Highlight เผยแพร่ผ่าน YouTube, Facebook และแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อก้าวสู่การทำงานแบบ Media Convergence หรือการผสมผสานสื่อหลายรูปแบบ โดยมี สวท. เป็นฐานหลักในการผลิต และนำสื่อประเภทต่าง ๆ มาต่อยอดให้เข้าถึงประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เชื่อว่า แนวทางดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ พร้อมย้ำว่า สวท.ร้อยเอ็ดจะต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมการรับสื่อของประชาชนยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อของรัฐที่เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐสู่ประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าถึงได้ทุกช่องทาง
การลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในพื้นที่ รับฟังปัญหาและความต้องการในการทำงาน พร้อมวางแนวทางการปรับตัวของสื่อภาครัฐให้ก้าวทันเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำ AI และสื่อดิจิทัลมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและขยายช่องทางการสื่อสารกับประชาชนในยุคใหม่


คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ