ปทุมธานี – ทำคุณบูชาโทษสาวให้อาหารคนเร่ร่อนตกดึกจับได้ย่องขโมยของพอต่อว่ากลับถูกฟาดหน้าเย็บ 6 เข็ม
ปทุมธานีทำคุณบูชาโทษสาวให้อาหารคนเร่ร่อนตกดึกจับได้ย่องขโมยของพอต่อว่ากลับถูกฟาดหน้าเย็บ 6 เข็ม
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนภายในหมู่บ้านเรือนสุข 2 ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พร้อมกับมีการส่งคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี และประชาชนในละแวกใกล้เคียง ช่วยกันล้อมจับและควบคุมตัวชายเร่ร่อนไม่ทราบชื่อ หลังก่อเหตุใช้กระป๋องสีฟาดเข้าที่บริเวณใบหน้าด้านซ้ายของ น.ส.แอน อายุ 52 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในคืนวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น.

จากการสอบถาม น.ส.แอน ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนสังเกตเห็นชายเร่ร่อนคนดังกล่าวเดินเข้ามานอนพักอยู่บริเวณโครงเหล็กที่ขึงตาข่ายกรองแสง (สแลน) ไว้สำหรับคลุมรถบริเวณข้างถนน ด้วยความสงสารจึงนำข้าวและน้ำไปให้รับประทาน โดยไม่ได้คิดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่ตนขึ้นไปยังชั้น 2 ของตัวบ้านและกำลังจะเข้านอน ได้สังเกตเห็นชายเร่ร่อนคนดังกล่าวกำลังพยายามรื้อถอนและขโมยเหล็กที่ใช้ทำโครงหลังคารถ ตนจึงตะโกนจากชั้น 2 เพื่อบอกให้หยุด ก่อนจะรีบลงมาด้านล่างและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
น.ส.แอน กล่าวต่อว่า ระหว่างที่กำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึง ชายเร่ร่อนได้เดินหนีออกไปทางบริเวณริมคลอง ตนจึงเดินตามไปต่อว่าและตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงทำเช่นนี้ ทั้งที่ตนเพิ่งมีน้ำใจให้ข้าวน้ำกินไปก่อนหน้านี้ แต่ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกัน ชายเร่ร่อนได้อาศัยจังหวะที่ตนเผลอ พุ่งเข้ามากระชากผมและหยิบกระป๋องสีที่วางทิ้งไว้บริเวณริมคลองขึ้นมาฟาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของตนอย่างแรง ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บและต้องเข้ารับการเย็บบาดแผลถึง 6 เข็ม
ในจังหวะเกิดเหตุ มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ชายเร่ร่อนตัดสินใจกระโดดลงคลองเพื่อหลบหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี จะเดินทางมาถึงและสามารถเข้าควบคุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา

ภายหลังเกิดเหตุ น.ส.แอน ได้ติดต่อมายังสื่อมวลชนเพื่อให้นำเสนอเรื่องราวดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีความเมตตาและมักให้ความช่วยเหลือบุคคลเร่ร่อน ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าหาคนแปลกหน้า พร้อมกันนี้ยังอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาสอดส่องดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีบุคคลเร่ร่อนทั้งชายและหญิงเข้ามาสร้างความเดือดร้อนบ่อยครั้ง ตนรู้สึกเป็นห่วงว่าหากเหตุการณ์เช่นนี้ไปเกิดกับเด็กหรือผู้สูงอายุ อาจได้รับอันตรายถึงขั้นรุนแรงได้ ส่วนประเด็นเรื่องการใช้สารเสพติดนั้น ตนไม่ทราบแน่ชัดว่าชายผู้ก่อเหตุมีอาการเมาสารเสพติดด้วยหรือไม่ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป


