ทำร่ายร่างกายพาดหัวข่าว

เมียร้องสื่อคดีไม่คืบ หลังสามีโดนกลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบก่อนใช้มีดยาวฟันบาดเจ็บสาหัส

เมียร้องสื่อคดีไม่คืบ หลังสามีโดนกลุ่มวัยรุ่นรุมกระทืบก่อนใช้มีดยาวฟันบาดเจ็บสาหัส
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นางสาวนันท์นภัส หวันอิ อายุ 23 ปี ว่า สามีตนเองได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นประมาณเกือบ 10 คน รุมทำร้ายร่างกายและใช้อาวุธมีดรุมฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถไปทำงานได้ตามปกติ ต้องสูญเสียรายได้มาเลี้ยงครอบครัวบวกกับตนเองพึ่งคลอดบุตรต้องดูแลลูกอ่อนอยู่ที่บ้าน จึงไม่สามารถไปทำงานได้เช่นกัน ต่อมาได้เดินทางเข้าแจ้งตวามที่สถานีตำรวจภูธรบางกล่ำ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 จนถึงตอนนี้เกือบ 1 เดือน ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงได้ร้องทุกข์สื่อเพื่อขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือเร่งติดตามคดี เหตุเกิดหน้าร้านขายของชำ ชุมชนบ้านโคกเมา
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านพักส่วนตัว ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ซึ่งได้พบกับ นางสาวนันท์นภัส หวันอิ อายุ 23 ปี (ภรรยา) ก่อนจะมอบหลักฐานคลิปกล้องวงจรปิดช่วงเกิดเหตุ ที่สามีโดนกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายและวิ่งไล่ฟัน พร้อมกับคลิปวิดีโอบาดแผลฉกรรจ์บริเวณขาของสามี ซึ่งเป็นบาดแผลจากวัยรุ่นใช้อาวุธมีดฟัน
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจักรกฤษ เส้งเงิน อายุ 24 ปี (สามี) ซึ่งยังมีอาการเวียนศรีษะและลิ้นแข็งหลังโดนรุมกระทืบ ก่อนจะเปิดรอยแผลเป็นที่โดนวัยรุ่นใช้อาวุธมีดฟันให้ผู้สื่อข่าวดู เบื้องต้นจุดที่ 1 พบรอยแผลเป็นโดนฟันช่วงกระดูกไหปลาร้าด้านซ้าย ยาวประมาณ 2 ซม. จุดที่ 2 พบรอยแผลเป็นบริเวณหลังมือซ้าย ยาวประมาณ 3 ซม. ซึ่งได้รับผลกระทบเส้นเอ็นขาดไม่สามารถเหยียดมือตรงและกำสิ่งของได้ตามปกติได้ ต้องงอมือซ้ายอยู่ตลอดเวลา จุดที่ 3 พบรอยแผลเป็นช่วงเอวทางซ้ายยาวประมาณ 5 ซม. และจุดที่ 4 บริเวณหัวเข่าทางซ้ายพบรอยแผลเป็น ซึ่งถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์ตัองเย็บเกือบ 20 เข็ม ต้องเดินกระเพกขาเดินไม่เท่ากัน ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากการสอบถาม นายจักรกฤษ เส้งเงิน อายุ 24 ปี (สามี) ได้เล่าว่า ตนได้ขี่รถออกไปซื้อของและได้เกิดอุบัติอุบัติเหตุตรงหน้าปากซอย จากนั้นกู้ภัยก็ได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก่อนจะพบว่าตนไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างใด ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะกลับและตนก็ได้ขี่รถกลับบ้าน ระหว่างทางกลับบ้านรถจยย.ของนายอู๊ดก็ได้เลี้ยวออกมาก่อนพูดขึ้นว่า ‘ ทำไมไม่ชนให้ตาย’ ต้นจึงได้ยินและได้ขี่รถไปถามนายอู๊ดว่า ‘ ที่พูดนั้นหมายถึงใคร’ นายโอ๊ดก็ตอบว่า ‘ กูพูดถึงน้องกู มึงจะทำไม’ ตนก็เลย พูดสวนกลับว่า ‘ ก็ไม่เห็นน้องชายมีแผลอะไรเลยจะโดนรถชนได้อย่างไร’ ก่อนที่ตนจะขี่รถ กลับไปบ้าน ส่วนนายอู๊ดกับน้องชายก็ได้เลี้ยวไปอีกทาง พร้อมกับพูดทิ้งท้ายว่า ‘ เดี๋ยวมึงเจอกู’ ต่อมาช่วงกลางดึกนายอู๊ดพร้อมกับพวก ได้มาตะโกนเสียงดังเรียกตนว่า ‘ ไอ้โบ๊ท ไอ้โบ๊ท’ ตนก็ออกมาดู ก็ไม่เห็นใคร จากนั้นตนก็ได้ออกไปซื้อใบจากยาเส้นก่อนจะขี่รถวกมาที่ร้านขายน้ำที่กลุ่มนายอู๊ดและพวกนั่งอยู่เพื่อจะไปถามว่า ‘ ไปเรียกตนทำไม’ แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกันที่นายอู๊ดและพวก ประมาณ 4 คน ขี่รถมาพอดี ก่อนที่เพื่อนนายอู๊ดจะเข้ามาล็อกคอและเตะขาตนเองให้ล้มก่อนที่จะรุมกระทืบที่ศรีษะและตามร่างกาย ซึ่งตอนนั้นตนได้เอามือทั้ง 2 ข้าง ขึ้นมาป้องกันหน้าเอาไว้ และตนรู้สึกว่าหลังฝ่ามือกับที่หัวเข่าได้ถูกอาวุธมีดฟัน ก่อนที่ตนจะลุกขึ้นขึ้นมาได้และก็วิ่งไปที่รถซาเล้งเพื่อขี่หลบหนีก่อนที่กลุ่มนายอู๊ดและพวกจะวิ่งไล่ฟันตามหลังมา หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางเข้าแจ้งความแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงอยากร้องสื่อขอความเป็นธรรม
ส่วน นางสาวนันท์นภัส หวันอิ อายุ 23 ปี (ภรรยา) จะกล่าวทิ้งท้าย ว่า ล่าสุดเมื่อวานนี้กลุ่มของนายอู๊ดได้ขี่รถผ่านหน้าบ้านและตะโกน ว่า ‘ ซื้อปืนซักกระบอกดีกว่าจะได้ยิงมันให้ตาย’ ซึ่งตนพึ่งเห็นว่านายอู๊ดเป็นคนพูดเพราะว่าตอนนั้น ตนกำลังนั่งเลี้ยงลูกและหันหน้าออกไปนอกบ้าน และก็ไม่ได้เอะใจว่ากลุ่มนายอู๊ดจะขับผ่านมาหน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นแฟนของตนได้ออกไปข้างนอกซื้อข้าวพอดี ด้วยความที่กลัวแฟนจึงให้ตนไปอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ที่อำเภอนาทวีก่อน ส่วนแฟนก็ไปอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ที่คลองแห ก็ต้องแยกกันอยู่หมดเลยด้วยความกลัวบ้านนายอู๊ดก็อยู่กับบ้านตนซึ่งเค้าขี่รถผ่านบ้านทุกวัน และก็ไม่รู้วันไหนจะมาดักยิง ตนจึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับแฟนของตน แฟนเป็นหัวหน้าครอบครัวตนไม่ได้ทำงานอะไรเพราะต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก หลังเกิดเหตุการณ์แฟนก็ไม่ได้ทำงานซึ่งต้องขาดรายได้ไปเลย ซึ่งลูก 4-5 วัน ต้องกินนมแบะต้องซื้อนมครั้งนึง 4-500 บาท ตนจึงอยากให้ คดีคืบหน้านิดนึงซึ่งสิ่งที่เราเรียกร้องมันก็ไม่ได้เยอะอะไรเพราะมันไม่คุ้มถ้าหากวันนึงแฟนเราตายขึ้นมา


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา