พบซาก “วาฬบรูด้า” ยักษ์เกยตื้นบางปู คาดตายมาแล้วหลายวันยาวกว่า 10-12 เมตร หนัก 6-7 ตัน
พบซาก “วาฬบรูด้า” ยักษ์เกยตื้นบางปู คาดตายมาแล้วหลายวันยาวกว่า 10-12 เมตร หนัก 6-7 ตัน
ชาวประมงพบซากวาฬบรูด้าขนาดใหญ่เกยตื้นริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง จ.สมุทรปราการ “บรรเจิด” แกนนำเครือข่ายรักอ่าวไทยตอนบนฯ เผยเป็นวาฬโตเต็มวัย คาดเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน เตรียมลากซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย พร้อมตรวจสอบเอกลักษณ์ประจำตัว หลังพบวาฬในอ่าวไทยมีมากกว่า 100 ตัว แต่ระยะหลังพบการตายเพิ่มขึ้น (มีคลิปวาฬที่ชาวประมงถ่ายเอาไว้ได้ที่อ่าวไทยบางปู)
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ชาวประมงได้ประสานแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า พบซากวาฬขนาดใหญ่บริเวณพื้นที่นาหอย ก่อนพบว่าซากวาฬถูกกระแสน้ำพัดมาเกยอยู่บริเวณริมเขื่อนหิน ชุมชนคลองเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จึงประสานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็น วาฬบรูด้า ขนาดโตเต็มวัย นอนเป็นซากอยู่บนพื้นที่โคลนริมชายฝั่ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน โดยเป็นการพบซากวาฬบรูด้า มาแล้วถึง 3 ครั้งที่บางปู ตัวที่ 1 (มกราคม 2563) พบ ซากวาฬบรูด้า เพศเมีย ขนาดความยาวประมาณ 12-13 เมตร น้ำหนักกว่า 5-13 ตัน เกยตื้นในเขตป่าชายเลน – ตัวที่ 2 (มีนาคม 2568) พบ ซากวาฬบรูด้า วัยรุ่น อายุ 3 ปี น้ำหนักประมาณ 8 ตัน เกยตื้นติดโขดหินบริเวณท้ายซอยเทศบาลตำบลบางปู สภาพกะโหลกแตกและมีร่องรอยบาดแผลจากของมีคม – และครั้งนี้เป็น ตัวที่ 3 (สิงหาคม 2569 ) พบ ซากวาฬบรูด้า โตเต็มวัย คาดอายุประมาณ 10 ปี ขนาดความยาวประมาณ 10-11 เมตร น้ำหนักประมาณ 5-8 ตัน เกยตื้นบริเวณท้ายซอยเทศบาลบางปู 118 และมาครั้งนี้อีก โดย วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ประจำถิ่นในทะเลอ่าวไทยตอนบน (อ่าวรูปตัว ก.) โดยจะพบมากบริเวณอ่าวไทยตอนบน เช่น สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และชลบุรี สามารถพบได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงธันวาคม โดยช่วงที่คลื่นลมสงบและเป็นสัตว์ป่าสงวนตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

จาการสอบถาม นายบรรเจิด อุดมสมุทรหิรัญ แกนนำเครือข่ายรักอ่าวไทยจังหวัดสมุทรปราการ เผยว่า ชาวบ้านและทีมสำรวจได้รับแจ้งจากชาวประมงว่าพบซาก “วาฬบรูด้า” ลอยเข้ามาเกยตื้นบริเวณเขื่อนกั้นคลื่นใกล้แปลงนาหอย จึงได้ทำการผูกซากไว้เพื่อรอช่วงเวลาน้ำขึ้น ก่อนจะลากไปขึ้นฝั่งในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้ทีมสัตว์แพทย์จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เข้าทำการชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่า “วาฬบรูด้า” ตัวนี้โตเต็มวัย ลำตัวยาวกว่า 10–12 เมตร น้ำหนักประมาณ 6–7 ตัน และคาดว่ามีอายุราว 60–70 ปี (เปรียบเทียบกับอายุคน) เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4–5 วัน
โดยส่วนตัวจากการสังเกตขนาดของซาก คาดว่า อาจเป็นวาฬแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดลูก เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเพิ่งพบซากวาฬตัวเล็กเกยตื้นในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งตามธรรมชาติตัวที่เล็กกว่ามักจะเน่าและลอยขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบร่องรอยบาดแผล ตรวจสอบตําหนิต่างๆ บนตัววาฬเพื่อระบุว่าเป็นตัวใดในระบบฐานข้อมูล พร้อมชันสูตรอวัยวะภายในอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีสัตว์ทะเลหายาก เช่น วาฬ เต่า และพะยูน เกยตื้นเสียชีวิตถี่ขึ้นในช่วงนี้ ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับความแปรปรวนของสภาพอากาศ สภาพน้ำ หรือสภาพแวดล้อมทางทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งต้องรอผลสรุปทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

โดยทางผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่เตรียมการเคลื่อนย้ายซากวาฬเพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยวางแผนลากซากวาฬมาขึ้นฝั่งในช่วงเย็นบริเวณหลังโรงเรียนเทศบาล 2 แต่เนื่องจากขณะนี้น้ำทะเลแห้งลง ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการลากซากได้ตามแผน ต้องรอจังหวะน้ำขึ้นอีกครั้ง การทำงานจำเป็นต้องใช้รถแม็คโครในการลากซากขึ้นฝั่ง ก่อนจะให้ทีมสัตว์แพทย์ทำการผ่าชันสูตร และฝังกลบชั่วคราวเพื่อรอให้ชั้นไขมันและเนื้อย่อยสลาย โดยตั้งใจจะเก็บโครงกระดูกไว้ใช้ประโยชน์เป็น “อาจารย์ใหญ่” ต่อไป
นายบรรเจิด อธิบายอีกว่า วาฬบรูด้าในอ่าวไทยมีการจัดทำข้อมูลและมีชื่อประจำตัว เนื่องจากวาฬแต่ละตัวมีลักษณะและตำหนิเฉพาะตัว สามารถใช้จำแนกได้ เช่น “แม่ข้าวเหนียว” และ “เจ้าส้มตำ” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างคนชายฝั่งกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และบางชื่อเป็นชื่อที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงพระราชทาน สำหรับจำนวนวาฬบรูด้าในอ่าวไทย จากการสำรวจร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเมื่อปี 2558 พบประมาณ 60 กว่าตัว แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100 ตัว โดยพบทั้งวาฬที่มีคู่และแม่วาฬกับลูกวาฬ สะท้อนให้เห็นว่าประชากรวาฬบรูด้าในอ่าวไทยยังมีความสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม นายบรรเจิดแสดงความกังวลว่า ช่วงระยะหลังพบวาฬตายเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็พบลูกวาฬขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 6 เมตร เสียชีวิตเช่นกัน ส่วนสาเหตุการตายของวาฬตัวนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากทีมสัตวแพทย์ ทั้งการตรวจสอบบาดแผลและอวัยวะภายใน เพื่อดูว่ามีสาเหตุจากโรค การถูกใบพัดเรือ หรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติหรือไม่

*************************
ศราวุธ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

