ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย

รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ จ.สงขลา เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย
ติดตามความก้าวหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพแก้มลิงคลองเรียน เร่งเสริมศักยภาพระบบระบายน้ำหาดใหญ่

“รองนายกฯ ทรงศักดิ์” ร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หาดใหญ่ ตรวจความก้าวหน้าการเพิ่มความจุแก้มลิงคลองเรียน ก่อนประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 จากนั้นลงพื้นที่ติดตามระบบระบายน้ำคลองหวะ คลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1 กำชับเร่งซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบชลประทาน หลังรัฐบาลสนับสนุนงบกลางกว่า 843 ล้านบาท มุ่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้ประชาชน

วันนี้ (1 กันยายน 2569) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยร่วมคณะติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แก้มลิงคลองเรียน ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 จากนั้นได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ (คลอง ร.1) โดยมี นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีไปยังแก้มลิงคลองเรียน เพื่อรับฟังแนวทางการปรับปรุงเพิ่มความจุแก้มลิง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรองรับและหน่วงน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่บริเวณประตูระบายน้ำคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ของโครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภา โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ และงานปรับปรุงคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบระบายน้ำในพื้นที่ ทั้งนี้ รัฐบาลตระหนักถึงความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ประจำปี 2569 สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบระบายน้ำ พื้นที่จังหวัดภาคใต้ รวม 67 รายการ วงเงิน 843,263,900 บาท

จึงสั่งการให้ 1. กรมชลประทาน เร่งรัดการดำเนินการซ่อมแซมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ช่วงฤดูฝน 2. ขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝนของภาคใต้ จึงให้จังหวัดสงขลา กรมชลประทาน สทนช. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมตรวจสอบประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และระบบแจ้งเตือนให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที 3. สำหรับโครงการที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม และเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทันที โดยไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างปีงบประมาณที่อาจส่งผลต่อการป้องกันน้ำท่วม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 4. ให้ สทนช. เร่งขับเคลื่อนแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งแผนเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อนำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป พร้อมกันนี้ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการข้อมูล แผนงาน งบประมาณ และการปฏิบัติงานร่วมกัน เร่งดำเนินการในส่วนที่ทำได้ทันที และเตรียมงานระยะต่อไป ให้พร้อม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดสงขลา มีแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 272 โครงการ วงเงิน 3,165.5351 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,507 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 28,708 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 14,261 ครัวเรือน ปริมาตรเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 5.64 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถป้องกันตลิ่งได้ 4,060 เมตร และมีแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ ตาม (ร่าง) พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 143 รายการ วงเงิน 2,210.2996 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 5,770 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 13,683 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับการป้องกัน 10,182 ไร่ และปริมาตรเก็บกักเพิ่มขึ้น 0.22 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งมีโครงการสำคัญ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร โดยกรมเจ้าท่า ระยะทางขุดลอก 13.55 กิโลเมตร และโครงการระบบระบายน้ำหลัก พื้นที่ชุมชนสะเดา ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 2,694 ไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 5,236 ครัวเรือน โดยทั้งสองโครงการมีแผนดำเนินการปี 2571 โดย สทนช. จะเร่งกำกับและขับเคลื่อนทุกโครงการให้เป็นไปตามแผนงานอย่างเคร่งครัดตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา