กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มเก็บ 1 ต.ค. 2569 นายจ้าง-ลูกจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% เงินคืนเมื่อออกจากงาน
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มเก็บ 1 ต.ค. 2569 นายจ้าง-ลูกจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25% เงินคืนเมื่อออกจากงาน
ร้อยเอ็ด – กระทรวงแรงงานเดินหน้าบังคับใช้ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เตรียมเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อสร้างหลักประกันและส่งเสริมการออมให้ลูกจ้าง โดยนายจ้างและลูกจ้างจ่ายเงินเข้ากองทุนในอัตราเท่ากัน
วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด นางสาวสุดารัตน์ นิตยสุข สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มีเป้าหมายสร้างหลักประกันให้ลูกจ้างกรณีออกจากงานหรือเสียชีวิต รวมถึงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนกรณีถูกเลิกจ้างหรือไม่ได้รับเงินตามสิทธิ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574 นายจ้างและลูกจ้างที่อยู่ในข่ายกฎหมายจะจ่ายฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง โดยสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปนับรวมทุกสาขา ต้องเป็นสมาชิกกองทุนฯ จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2574 เป็นต้นไป อัตราจะเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.5%
ตัวอย่าง ลูกจ้างเงินเดือน 12,000 บาท จะถูกหักเงินสะสมเดือนละ 30 บาท นายจ้างสมทบอีก 30 บาท รวมเข้ากองทุน 60 บาทต่อเดือน ส่วนลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างวันละ 400 บาท ทำงาน 26 วันต่อเดือน จะถูกหัก 26 บาท นายจ้างสมทบอีก 26 บาท รวม 52 บาทต่อเดือน
เมื่อออกจากงาน ไม่ว่าจะลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณอายุ ตกลงเลิกสัญญาจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ เงินสะสม เงินสมทบ และดอกผล ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจ่ายคืนเป็นเงินก้อน ส่วนกรณีเสียชีวิต เงินจะจ่ายให้บุคคลที่ลูกจ้างกำหนดไว้ หรือเป็นไปตามลำดับบุคคลที่กฎหมายกำหนด
นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้าง พร้อมจ่ายเงินสมทบในอัตราเท่ากัน และนำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยเงินค่าจ้างเดือนตุลาคม 2569 ต้องนำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 หากนำส่งล่าช้าหรือไม่ครบ อาจต้องจ่ายเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือน
ทั้งนี้ มีนายจ้างบางประเภทได้รับยกเว้น เช่น สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน กิจการที่จัดให้ลูกจ้างทุกคนเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกิจการที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับยกเว้นตามกฎหมาย
นายจ้างที่อยู่ในข่ายต้องขึ้นทะเบียนผ่านระบบ e-Service และดำเนินการหักเงินสะสมและนำส่งให้ถูกต้องตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดร้อยเอ็ด
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

