กรรมาธิการวุฒิสภา” เช็คงบ 500 ล้าน-จี้ เทศบาล.หาดใหญ่เร่งแผนรับมือน้ำท่วม กรรมาธิการวุฒิสภาลงหาดใหญ่ จี้เร่งแผนรับน้ำรอบใหม่ ห่วงไฟดับกระทบเครื่องสูบน้ำ เสนอซ้อมแผนร่วมทั้งจังหวัด ขณะที่เทศบาลเดินหน้าขุดลอกคูคลอง-เพิ่มแก้มลิง-ระบบเตือนภัย
กรรมาธิการวุฒิสภา” เช็คงบ 500 ล้าน-จี้ เทศบาล.หาดใหญ่เร่งแผนรับมือน้ำท่วม
กรรมาธิการวุฒิสภาลงหาดใหญ่ จี้เร่งแผนรับน้ำรอบใหม่ ห่วงไฟดับกระทบเครื่องสูบน้ำ เสนอซ้อมแผนร่วมทั้งจังหวัด ขณะที่เทศบาลเดินหน้าขุดลอกคูคลอง-เพิ่มแก้มลิง-ระบบเตือนภัย
วันนี้ (17 กันยายน 2569) นายศุภโชค ศาลากิจ ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย รวมถึงการดำเนินงานฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา
นายศุภโชค ศาลากิจ ประธานกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามการบริหารงบประมาณฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และดูว่าการดำเนินงานของเทศบาลสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการรับมืออุทกภัยได้มากน้อยเพียงใด
จากการรับฟังข้อมูลพบว่า เทศบาลได้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง เตรียมพื้นที่แก้มลิง และพัฒนาระบบเตือนภัย แต่กรรมาธิการมีข้อเสนอว่า ระบบเตือนภัยควรเชื่อมโยงข้อมูลปริมาณฝน ระดับน้ำ และข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมขนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินไปยังพื้นที่ปลอดภัย

อีกประเด็นสำคัญคือระบบสูบน้ำของเทศบาล ซึ่งมีศักยภาพประมาณ 62 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากเกิดน้ำท่วมและไฟฟ้าถูกตัด ควรมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองพร้อมใช้งาน เพื่อให้ระบบสูบน้ำสามารถทำงานต่อเนื่องได้
ด้านนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า เทศบาลเร่งเตรียมความพร้อมรับน้ำ โดยขณะนี้ขุดลอกคลองแล้ว 100% ส่วนคูระบายน้ำดำเนินการไปแล้วประมาณ 70% และจะเร่งดำเนินการส่วนที่เหลือทั่วเขตเทศบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก
นอกจากนี้ เทศบาลเร่งซ่อมบำรุงสถานีสูบน้ำและระบบเตือนภัยให้พร้อมใช้งาน พร้อมจัดระบบ “บ้านพี่เลี้ยง” บูรณาการร่วมกับชุมชน และเตรียมศูนย์พักพิง 4 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาล รองรับประชาชนที่ต้องอพยพได้ประมาณ 2,050 ราย
ด้านระบบเตือนภัย เทศบาลได้ผู้รับจ้างโครงการระบบเสียงตามสายวงเงินประมาณ 28 ล้านบาท เพื่อครอบคลุมชุมชน พร้อมเชื่อมโยง Wi-Fi และเพิ่มช่องทางแจ้งเตือนผ่านรถประชาสัมพันธ์ รวมถึงเสาสัญญาณของ ปภ. หากจังหวัดส่งข้อมูลสถานการณ์ เทศบาลจะสามารถนำข้อมูลไปแจ้งเตือนประชาชนได้ทันที
นายณรงค์พรกล่าวว่า เทศบาลยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการด้านการป้องกันอุทกภัยของจังหวัดสงขลา ทำให้สามารถรับข้อมูลสถานการณ์จากจังหวัดและนำไปแจ้งเตือนประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ส่วนการรับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันจากอินโดนีเซีย เทศบาลมีการแจ้งเตือนประชาชนเป็นประจำ พร้อมแจกหน้ากากอนามัยให้นักเรียน และเตรียมข้อมูลศูนย์พักพิงและเส้นทางอพยพไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 16 ระบุว่า คลอง ร.1 สามารถระบายน้ำได้เต็มประสิทธิภาพประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นายศุภโชคยังเสนอให้จังหวัดสงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันทั้งระบบ ตั้งแต่การรับข้อมูล การแจ้งเตือน การอพยพ ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้สามารถรับมือได้ทันทีหากเกิดฝนตกหนัก
ส่วนการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ค้าในตลาดกิมหยง กรรมาธิการระบุว่า จากการลงพื้นที่พบผู้ค้าบางส่วนไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านค่าทำความสะอาดและซ่อมแซมพื้นที่ประกอบการ จึงเสนอให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือบางส่วน เพื่อลดภาระและให้สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้เร็วขึ้น
นอกจากนี้ กรรมาธิการอยู่ระหว่างขอข้อมูลกรณีการจัดเก็บขยะหลังน้ำท่วม หลังมีข้อร้องเรียนว่าอาจมีการใช้งบประมาณจากหลายหน่วยงานซ้ำซ้อนกัน โดยจะตรวจสอบรายละเอียดการดำเนินงานและการเบิกจ่ายก่อนสรุปข้อเท็จจริง
สำหรับรายละเอียดงบประมาณและการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่เทศบาลนครหาดใหญ่รายงานต่อคณะกรรมาธิการ พบว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2568 เทศบาลจ่ายเงินเหมาจ่าย 9,000 บาทต่อครัวเรือน จำนวน 93,136 ครัวเรือน ตามมติอนุมัติวันที่ 17 เมษายน 2569 ส่วนค่าซ่อมแซมบ้านเรือนเสียหาย จ่ายไม่เกิน 49,500 บาทต่อครัวเรือน โอนแล้ว 41,944 ครัวเรือน รวม 1,028,303,744 บาท
ด้านงบประมาณบริหารจัดการน้ำท่วม เงินสำรองจ่ายสำหรับวัสดุก่อสร้าง อาหาร และถุงยังชีพ อนุมัติ ผูกพัน และเบิกจ่ายแล้ว 1,197,848 บาท ขณะที่เงินสะสมสำหรับขุดลอกคูคลอง ซ่อมสถานีสูบน้ำ จัดการขยะ และพ่นน้ำยา อนุมัติ 561,187,701.75 บาท ก่อหนี้ผูกพัน 517,183,855.11 บาท และเบิกจ่ายแล้ว 477,786,136.95 บาท
ส่วนโครงการขุดลอกคูระบายน้ำระยะทางรวม 184 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 100,112,455.09 บาท
สำหรับงบที่เทศบาลเสนอขอจัดสรรเพิ่มเติมในปี 2569–2570 ได้แก่ งบกลางปี 2569 จำนวน 2 โครงการ รวม 100.9 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการแก้มลิงคลองเรียน เพิ่มความจุเป็นประมาณ 780,000 ลูกบาศก์เมตร วงเงิน 75 ล้านบาท และโครงการป้องกันอุทกภัยเขตเศรษฐกิจหาดใหญ่ ระยะเร่งด่วน 70 กิโลเมตร วงเงิน 25.9 ล้านบาท
ขณะที่งบอุดหนุนเงินตรงปี 2570 เสนอ 3 รายการ รวม 35.57 ล้านบาท ได้แก่ เรือยางกู้ภัย 4 ลำ วงเงิน 2 ล้านบาท รถบรรทุกดีเซล 6 ตัน 6 ล้อ 3 คัน วงเงิน 6.57 ล้านบาท และปรับปรุงผิวจราจรถนนรัถการ วงเงิน 27 ล้านบาท
ทั้งนี้ กรรมาธิการระบุว่าจะติดตามการขอรับการสนับสนุนงบกลางและการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของเทศบาลต่อไป พร้อมเน้นย้ำว่า การป้องกันอุทกภัยควรวางแผนระยะยาวและบูรณาการทั้งจังหวัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือและลดความเสียหายต่อประชาชนในอนาคตด้วย

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

