คืบหน้าชาวบ้านร้องร้านอาหารเปิดดนตรีสดเสียงดังรบกวนกลางคืน หาดใหญ่เร่งลงตรวจ ปรับ 3,000 บาท ร้านยอมยุติดนตรีสด ชาวบ้านเผยกลับมานอนหลับเต็มที่
คืบหน้าชาวบ้านร้องร้านอาหารเปิดดนตรีสดเสียงดังรบกวนกลางคืน หาดใหญ่เร่งลงตรวจ ปรับ 3,000 บาท ร้านยอมยุติดนตรีสด ชาวบ้านเผยกลับมานอนหลับเต็มที่
วันที่ 18 กันยายน 2569จากกรณี ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากชายรายหนึ่ง ซึ่งพักอาศัยอยู่ในย่านเขต 8 ถนนรัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับความเดือดร้อนจากเสียงเพลงของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีการแสดงดนตรีสดในช่วงเวลากลางคืนเป็นประจำ โดยระบุว่าเสียงเพลงดังรบกวนการพักผ่อนของตนเองและชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ผู้ร้องได้บันทึกคลิปภาพและเสียงจากบริเวณที่พัก พร้อมแสดงเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ เพื่อสะท้อนปัญหาเสียงดังในช่วงกลางคืน ก่อนนำเรื่องเข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขปัญหา
ล่าสุด นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้สั่งการให้นายสมชัย จันทร์ประทีป รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ซึ่งดูแลฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนรัตนอุทิศ หรือย่านเขต 8
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในร้านและพูดคุยกับผู้ประกอบการ พร้อมออกใบเตือนให้ลดระดับเสียง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ
นายสมชัย จันทร์ประทีป รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เปิดเผยว่า หลังได้รับทราบปัญหา นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ได้มอบหมายให้ฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ และออกใบเตือนผู้ประกอบการให้ลดระดับเสียงลง จากนั้นได้ติดตามผล พร้อมประสานผู้ร้องเรียนเพื่อสอบถามว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือนแล้ว ร้านอาหารยังเปิดเพลงเสียงดังอีกหรือไม่
เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าหลังออกใบเตือน ทางร้านได้ลดระดับเสียงลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจะลงพื้นที่สอบถามประชาชนที่ได้รับผลกระทบและพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงร้านอาหารเพิ่มเติม หากพบว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขต่อไป
นายสมชัยกล่าวว่า หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ เจ้าพนักงานสามารถดำเนินการตามขั้นตอน ตั้งแต่การออกใบเตือน สั่งให้หยุดหรือระงับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ และหากเข้าข่ายความผิดก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้
ส่วนกรณีเรื่องเวลาเปิด-ปิดสถานประกอบการหรือการแสดงดนตรีนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่เทศบาลจะดูแลในส่วนของใบอนุญาตประกอบกิจการ การจำหน่ายอาหาร รวมถึงสุขลักษณะของสถานประกอบการ
ทั้งนี้ หากยังพบว่ามีเสียงดังรบกวนประชาชนอย่างต่อเนื่อง เทศบาลจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจวัดระดับเสียง เพื่อดูว่ามีระดับเสียงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพบว่าเกินมาตรฐาน ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นายสมชัยยังฝากถึงผู้ประกอบการร้านอาหารและสถานบริการว่า ขอให้ตรวจสอบสภาพพื้นที่โดยรอบว่าการประกอบกิจการของตนเองส่งผลกระทบต่อชุมชนหรือประชาชนที่พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงหรือไม่ โดยควรหาจุดสมดุลระหว่างการประกอบธุรกิจกับสิทธิในการพักผ่อนของประชาชน เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้
ต่อมา นายพงศ์พัฒน์ เพชรรัตน์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอกพงษ์ ขวัญหมัด สวป.สภ.หาดใหญ่ กำลังเจ้าหน้าที่ อส.หาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าวอีกครั้ง พร้อมเชิญผู้ประกอบการไปยัง สภ.หาดใหญ่ เพื่อพูดคุยและชี้แจงประเด็นที่เกิดขึ้น ก่อนดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 3,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหนังสือชี้แจงผลการดำเนินการ โดยระบุว่า จากกรณีปรากฏภาพและคลิปในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีร้านอาหารแห่งหนึ่งมีการเล่นดนตรีเสียงดังในเวลากลางคืน จนรบกวนประชาชนและผู้พักอาศัยในหอพัก บริเวณปากซอย 15 ถนนรัตนอุทิศ หรือเขต 8 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569
ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.มาชา แก้วทอง ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว และพบเจ้าของร้าน ก่อนเชิญตัวมาพูดคุยที่ สภ.หาดใหญ่
เบื้องต้นผู้ประกอบการยินยอมที่จะหยุดการแสดงดนตรีสดที่ส่งเสียงดังรบกวนประชาชนตั้งแต่วันดังกล่าวเป็นต้นไป พร้อมจะปรับปรุงสถานที่ใหม่ให้เหมาะสมกับการให้บริการ โดยในระหว่างนี้จะจำหน่ายเพียงอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบ
เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงไว้เป็นเบื้องต้น พร้อมวางมาตรการป้องกันและประสานความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อป้องกันเหตุและไม่ให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่อีก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารดังกล่าวอีกครั้ง โดยสุ่มตรวจในช่วงเวลาที่ร้านเคยมีการแสดงดนตรีสด เพื่อดูว่าผู้ประกอบการยังคงเปิดเพลงหรือจัดแสดงดนตรีสดเสียงดังเหมือนเดิมหรือไม่
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการเล่นดนตรีสดเสียงดังรบกวนประชาชนเหมือนที่ผ่านมา
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ “นายน็อท” ชาวบ้านผู้ร้องเรียน เพื่อสอบถามถึงสถานการณ์หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหา
นายน็อท เปิดเผยว่า หลังจากเรื่องดังกล่าวเป็นข่าวและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบผู้ประกอบการและเชิญไปพูดคุย ตนมองว่าปัญหาได้รับการแก้ไขและสถานการณ์ดีขึ้นอย่างมาก โดยเจ้าของร้านก็ยอมรับปัญหาและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สามารถประกอบกิจการและอยู่ร่วมกับชุมชนได้
“ผมมองว่าปัญหามันได้รับการแก้ไขและค่อนข้างดีเลย เจ้าของร้านก็แมนดีที่ออกมายอมรับและพร้อมปรับปรุงแก้ไข เพราะจะได้อยู่ร่วมกับชุมชนได้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ได้รับความเดือดร้อน แต่มีหลายคนที่ได้รับผลกระทบ หากเจ้าของร้านยอมรับและแก้ไข ผมก็โอเค เพราะร้านลักษณะนี้จริง ๆ แล้วน่านั่งและน่าสนับสนุน อย่างน้อยคนเราผิดพลาดกันได้ เมื่อผิดพลาดแล้วแก้ไข ทุกคนก็ควรให้อภัยและให้โอกาสเจ้าของร้านได้ทำมาหากิน” นายน็อทกล่าว
นายน็อทกล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ควรเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ทั้งเจ้าของกิจการและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้เข้ามาพูดคุยและแจ้งว่า หากในอนาคตมีการเล่นดนตรีหรือส่งเสียงดังจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญอีก สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง เพื่อให้เข้ามาดำเนินการแก้ไข
“หลังจากแก้ไขปัญหาตรงนี้ ผมได้นอนเต็มตื่น ไม่มีเสียงรบกวน ช่วงสองวันที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบ นอนหลับสบาย จากที่ผมสอบถามชาวบ้านหลายคน ทุกคนรู้สึกแฮปปี้และพอใจ ตายายที่เปิดร้านอยู่หน้าปากซอยก็คงได้นอนเต็มอิ่มเช่นกัน เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บ้านเดียว แต่มันเกิดขึ้นหลายหลัง เสียงมันกระจายไปทั่ว พอปัญหาได้รับการแก้ไข ทุกฝ่ายก็มีความสุข” นายน็อทกล่าว
นายน็อทยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เทศบาล และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนที่ช่วยนำเสนอปัญหา จนทำให้ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว โดยมองว่าหากไม่มีการออกมาสะท้อนปัญหา เรื่องดังกล่าวอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังและแก้ไขได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอีกกรณีที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการหาจุดสมดุลระหว่างการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหารกับสิทธิในการพักผ่อนของประชาชน โดยทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้ หากมีการพูดคุย ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อตกลงร่วมกัน

พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา

