ตร.บ้านบึงรวบโจรซ้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม งัดบ้านขโมยทอง ก่อนหนีข้ามจังหวัด ใช้เวลาแกะรอยเพียง 2 วัน
ตร.บ้านบึงรวบโจรซ้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม งัดบ้านขโมยทอง ก่อนหนีข้ามจังหวัด ใช้เวลาแกะรอยเพียง 2 วัน
ตำรวจ สภ.บ้านบึง เร่งติดตามจับกุมชายวัย 46 ปี หลังฉวยโอกาสช่วงเกิดสถานการณ์น้ำท่วม บุกงัดบ้านพักในพื้นที่ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ก่อนขโมยทรัพย์สินแล้วหลบหนีไปกบดานต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาแกะรอยเพียง 2 วัน จึงสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมตรวจยึดรถยนต์ เสื้อผ้า และคีมตัดเหล็กที่ใช้ก่อเหตุเป็นของกลาง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.08 น. วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน พบเป็นชายรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อลายพรางและหมวกสีน้ำตาล ขับรถยนต์เก๋งผ่านหน้าบ้านเลขที่ 235/6 หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่แก้ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพื่อดูลาดเลา
หลังจากนั้น คนร้ายได้เดินกลับมายังบริเวณหน้าบ้าน พร้อมถือคีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ ก่อนใช้คีมตัดแม่กุญแจ เปิดประตูเข้าไปภายในบ้านและลักทรัพย์สิน แล้วขับรถหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วภายหลังได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านบึง ได้สั่งการให้พ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านบึง และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สารวัตรสืบสวน สภ.บ้านบึง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ว่าเป็น นายสุริยา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชลบุรี ก่อนติดตามไปยังบ้านพักของภรรยาผู้ต้องหาในพื้นที่อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมถึงเสื้อผ้าและคีมตัดเหล็ก แต่ไม่พบตัวนายสุริยา เนื่องจากผู้ต้องหาไหวตัวทันและหลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านั้น
ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง จึงเร่งแกะรอยติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปยังจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ใช้เวลาติดตามประมาณ 2 วัน ก่อนสามารถจับกุมตัวนายสุริยาได้สำเร็จ พร้อมนำตัวกลับมาบันทึกการจับกุมและดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรบ้านบึง
ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย รถยนต์เก๋งฮอนด้าที่ใช้ในการก่อเหตุ เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุ และคีมตัดเหล็กที่ใช้ตัดแม่กุญแจของบ้านพัก จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุริยาให้การรับสารภาพว่า หลังจากก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บ้านบึง ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านของแฟนสาวในอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก จากนั้นนำทองคำที่ขโมยมาได้ไปขายได้เงินประมาณ 14,000 บาท และนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
ต่อมา เมื่อทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามจับกุม จึงหลบหนีต่อไปยังพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่สุดท้ายไม่สามารถหลบหนีการติดตามของตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึงได้
ผู้ต้องหากล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และยอมรับว่าหลังจากนี้จะต้องรับผลจากการกระทำของตนเองตามกระบวนการกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมตระเวนก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ โดยมักเลือกลงมือในสถานที่ซึ่งอยู่ห่างไกลจากที่พักของตนเอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ยาก นอกจากนี้ ขณะก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในชั้นศาลอีกด้วย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไป โดยอำพรางใบหน้าหรือกระทำด้วยวิธีอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจดจำใบหน้าได้ และใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่กำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม ขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบ้านเรือนและทรัพย์สิน หากพบเห็นบุคคล รถยนต์ หรือพฤติกรรมต้องสงสัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เนื่องจากการฉวยโอกาสก่อเหตุในช่วงภัยพิบัติถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน และอาจต้องรับโทษตามกฎหมายในอัตราที่สูงขึ้น
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานอย่างรวดเร็วของตำรวจ สภ.บ้านบึง ซึ่งเร่งรวบรวมหลักฐาน แกะรอยข้ามจังหวัด และติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

วิศาล แสงเจริญ
(ปู) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี

