ปทุมธานี – บิ๊กแจ๊ส ลุยแก้น้ำท่วม 2 จุดรวด เจรจาชลประทานเปิดประตูน้ำลาดหลุมแก้ว ก่อนขนแบริเออร์ส่วนตัวกู้แนวป้องกันหมู่บ้านฟ้าลากูน
ปทุมธานี บิ๊กแจ๊ส ลุยแก้น้ำท่วม 2 จุดรวด เจรจาชลประทานเปิดประตูน้ำลาดหลุมแก้ว ก่อนขนแบริเออร์ส่วนตัวกู้แนวป้องกันหมู่บ้านฟ้าลากูน
นายก อบจ.ปทุมธานี นำทีมลุยพื้นที่แก้ปัญหาน้ำท่วมต่อเนื่องตลอดบ่าย ผนึกกำลังผู้นำท้องถิ่นเจรจาชลประทานเปิดประตูระบายน้ำคลองขุดใหม่ พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ-แบคโฮ 9 คัน ช่วย 4 ตำบลในลาดหลุมแก้ว ก่อน รุดตรวจหมู่บ้านฟ้าลากูน หลังน้ำนอกคันสูงกว่า 60 ซม. เร่งนำแบริเออร์ส่วนตัวและกระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำ รอดวิกฤต 800 หลังคาเรือน
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วมและป้องกันวิกฤตน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีอย่างต่อเนื่องถึง 2 จุดสำคัญ

จุดแรกเมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมด้วย นายนพพร ขาวขำ รองนายก อบจ.ปทุมธานี, นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภา อบจ.ปทุมธานี, นายสิริภพ นิยมเดช นายอำเภอลาดหลุมแก้ว และผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่ ได้เดินทางไปที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบันลือ สำนักงานชลประทานที่ 11 เพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ชลประทาน สืบเนื่องจากฝนที่ตกหนักและการก่อสร้างปรับปรุงประตูระบายน้ำกลางคลองขุดใหม่ที่ปิดคลอง 100% ทำให้น้ำระบายไม่ได้และเข้าท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่เกษตรใน ต.บ่อเงิน ต.ระแหง ต.หน้าไม้ และ ต.ลาดหลุมแก้ว
จากการเจรจา เจ้าหน้าที่ชลประทานตกลงเปิดประตูระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาภายใน 15 นาที โดยใช้เทคนิคเปิดน้ำจากฝั่งใต้เข้ามาช่วยยันเพื่อให้สามารถยกบานประตูที่ถูกแรงดันน้ำอัดไว้ขึ้นได้ พร้อมกันนี้ อบจ.ปทุมธานี ได้ระดมเครื่องสูบน้ำ 7 เครื่อง ไปติดตั้งกระจายในพื้นที่ ต.คลองพระอุดม ต.ลาดหลุมแก้ว ต.บ่อเงิน และ ต.หน้าไม้ และส่งรถแบคโฮแขนยาว 2 คัน ไปขุดดินทำคันกั้นน้ำเลียบคลองขุดใหม่เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

จากนั้นเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำเร่งด่วนจุดที่สอง ณ หมู่บ้านฟ้าลากูน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งความเดือดร้อนจากชาวบ้าน จากการตรวจสอบบริเวณซอย 5 ซึ่งเป็นบ้านร้างติดกับทุ่งรับน้ำขนาดใหญ่ พบวิกฤตระดับน้ำภายนอกสูงกว่าระดับน้ำภายในหมู่บ้านถึง 60 เซนติเมตร ซึ่งเป็นแนวกระสอบทรายที่ทาง อบจ.ได้มอบเอาไว้ให้ แต่สถานการณ์ยังไม่ดีเนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและในหลายจุดมีน้ำรั่วออกมาจากแนวคัน หากแนวคันกั้นน้ำพังทลายลง จะส่งผลกระทบต่อประชาชนนับ 800 หลังคาเรือนทันที
เพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้นำ Barrier กั้นน้ำซึ่งเป็นของส่วนตัวจากที่พัก มาติดตั้งเสริมความแข็งแรงในจุดเสี่ยง พร้อมเร่งวางกระสอบทรายเป็นแนวปะทะชะลอแรงดันน้ำ โดยระบุว่า หากปล่อยให้น้ำทะลักเข้ามาจะสร้างความเสียหายมหาศาล เป้าหมายหลักคือการป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และเมื่อระดับน้ำอยู่ในภาวะนิ่ง จะเร่งปั๊มน้ำออกจากพื้นที่เพื่อพร่องน้ำเตรียมรองรับมวลน้ำเหนือที่อาจจะไหลลงมาสมทบเพิ่มเติมในระยะนี้ต่อไป


