พาดหัวข่าวลักทรัพย์

ปทุมธานี – โจรเร่ร่อนแสบบุกงัดร้านข้าวมันไก่ฉกเงินไซดักปลาเจ้าของผวาก่อเหตุแล้วยังมาเดินวนเวียน

ปทุมธานีโจรเร่ร่อนแสบบุกงัดร้านข้าวมันไก่ฉกเงินไซดักปลาเจ้าของผวาก่อเหตุแล้วยังมาเดินวนเวียน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 นายจิรโรจน์ ธรรมวินัยวัฒนา อายุ 44 ปี เจ้าของร้านข้าวมันไก่แห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านพรธิสาร 3 หมู่ที่ 1 ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้ส่งภาพและข้อมูลร้องเรียนมายังผู้สื่อข่าว เพื่อเตือนภัยประชาชนในพื้นที่ ภายหลังร้านของตนถูกชายเร่ร่อนบุกเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ เมื่อเวลาประมาณ 23.40 น. ของคืนวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา
นายจิรโรจน์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายเร่ร่อนที่เคยมีประวัติลักทรัพย์ในพื้นที่และเคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว ทว่าหลังจากพ้นโทษกลับมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุคนร้ายขโมยทรัพย์สินและอาหารอีกหลายครั้ง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนตลอดจนนักศึกษาที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงอย่างมาก
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับร้านของตนนั้น คนร้ายได้เดินเข้ามาบริเวณด้านข้างร้าน ก่อนจะหยิบค้อนของทางร้านมาใช้เป็นอุปกรณ์งัดแงะหน้าต่างเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินด้านใน จากนั้นจึงลงมืองัดประตูด้านข้างแล้วบุกเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในร้านเป็นเวลานาน

จากการตรวจสอบความเสียหายพบว่า ทรัพย์สินที่สูญหายประกอบด้วย เงินเหรียญสำหรับทอนลูกค้าในลิ้นชักจำนวนประมาณ 50 บาท และเงินสดจำนวน 99 บาท ซึ่งบรรจุอยู่ภายในไซดักปลาที่ทางร้านนำมาประดับเป็นวัตถุมงคลแขวนไว้กลางร้าน นอกจากนี้ ก่อนหลบหนีคนร้ายยังได้หยิบไอศกรีมติดมือไปอีกจำนวน 2 กระปุก
นายจิรโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลตรงกันว่า ที่ผ่านมามักมีนักศึกษาและประชาชนถูกขโมยสิ่งของที่แขวนไว้หน้ารถจักรยานยนต์อยู่บ่อยครั้ง โดยหลายฝ่ายปักใจเชื่อว่าชายเร่ร่อนรายนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา แฟนของตนสังเกตเห็นชายคนดังกล่าวมาเดินวนเวียนอยู่บริเวณใกล้ร้าน จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพใบหน้าไว้ได้อย่างชัดเจน และได้นำภาพดังกล่าวส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว
“ผมอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเร่งติดตามตัวชายคนนี้มาตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพราะชาวบ้านและนักศึกษาในละแวกนี้ได้รับความเดือดร้อนกันมาหลายครั้ง ที่สำคัญคือหลังเกิดเหตุ เขายังกล้ากลับมาเดินวนเวียนอยู่แถวร้านอีก ทำให้พวกเรารู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” นายจิรโรจน์ กล่าวทิ้งท้าย