ปทุมธานี – ชาวบ้านสุดทนน้ำท่วม 15 วันจนเน่าเหม็นนาข้าว 40 ไร่จมมิดโอดรัฐเมินแก้ปัญหา
ปทุมธานีชาวบ้านสุดทนน้ำท่วม 15 วันจนเน่าเหม็นนาข้าว 40 ไร่จมมิดโอดรัฐเมินแก้ปัญหา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณถนนหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ (คลอง 16) ถนนรังสิต-นครนายก รอยต่อปทุมธานี ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจรเป็นระยะทางยาวประมาณ 500 เมตร ทั้งสองฝั่งถนน โดยจุดที่ลึกที่สุดมีระดับน้ำสูงถึง 45 เซนติเมตร
จากการตรวจสอบพบว่า น้ำที่ท่วมขังมาเป็นเวลานานได้เริ่มเปลี่ยนสีและส่งกลิ่นเน่าเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยชาวบ้านต้องทนใช้ชีวิตอยู่กับสภาพน้ำท่วมขังมานานเกือบ 15 วันแล้ว แม้จะเคยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่หลายครั้ง แต่สถานการณ์กลับยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ขณะเดียวกัน การสัญจรบนถนนสายดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ขนาดเล็กไม่ควรเสี่ยงขับผ่าน เนื่องจากอาจทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายจากระดับน้ำที่ค่อนข้างสูง



ด้าน นายสุทธิพงษ์ ขำสว่าง อาชีพเกษตรกรทำนา ซึ่งเป็นหลานชายของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและครอบครัวกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมที่กินเวลายาวนานถึง 15 วัน ปัจจุบันน้ำเริ่มเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ นาข้าวของครอบครัวที่ปลูกไว้บริเวณหลังบ้านเนื้อที่กว่า 40 ไร่ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงออกรวง ได้ถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายทั้งหมด ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่บางหลังก็ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำเช่นเดียวกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าต้องการฝากข้อเรียกร้องใดถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายสุทธิพงษ์ กล่าวด้วยความรู้สึกท้อแท้ว่า ไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้ว เนื่องจากเคยเรียกร้องไปหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล คล้ายกับไม่มีใครสนใจความเดือดร้อนของชาวบ้านในบริเวณนี้ จนขณะนี้รู้สึกพูดไม่ออกจริง ๆ
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและหาแนวทางระบายน้ำโดยเร็วที่สุด เพราะน้ำที่ท่วมขังมานานไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเท่านั้น แต่ยังส่งกลิ่นเน่าเหม็นกระทบต่อสุขอนามัยและการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างหนักอีกด้วย





