“ท่าเรือประจวบ” เปิดเกมรุกโลจิสติกส์ “อนุวัต ชัยกิตติวนิช” นั่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ปักธง Hub ขนส่งทางน้ำ เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่สากล
“ท่าเรือประจวบ” เปิดเกมรุกโลจิสติกส์
“อนุวัต ชัยกิตติวนิช” นั่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ปักธง Hub ขนส่งทางน้ำ เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่สากล
ประจวบฯ – บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด หรือ PPC เปิดตัว นายอนุวัต ชัยกิตติวนิช เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการคนใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ทางน้ำ ยกระดับศักยภาพท่าเรือในอำเภอบางสะพาน สู่การเป็นศูนย์กลางรองรับการขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าขนาดใหญ่ เชื่อมโยงภาคธุรกิจไทยกับตลาดสากล
นายอนุวัตเปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญหลังเข้ารับตำแหน่ง คือการนำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประสบการณ์ และพื้นที่หลังท่า มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า โดยวางโครงสร้างการดำเนินงานผ่าน 3 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ Blue Transport การขนถ่ายและขนส่ง, Blue Offshore การให้บริการนอกชายฝั่ง และ Blue Conservation การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล
เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก รวมถึงเปิดรับกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าที่ต้องใช้ระบบขนส่งเฉพาะทาง

ที่ผ่านมา PPC มีประสบการณ์รองรับ Project Cargo มาแล้วหลายรูปแบบ ทั้งการขนถ่ายหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในปี 2565 และล่าสุดในปี 2569 ได้ให้บริการขนถ่ายอุปกรณ์และชิ้นส่วน กังหันลม (Wind Turbine) ซึ่งมีชิ้นส่วนขนาดใหญ่ เช่น ใบพัดที่มีความยาวกว่า 90 เมตร และชุด Drive Train น้ำหนักเกือบ 100 ตัน
สำหรับการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่จากท่าเรือเข้าสู่พื้นที่ปลายทาง บริษัทระบุว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยมีการชี้แจงกฎระเบียบแก่ผู้ประกอบการขนส่ง พร้อมกำหนดช่วงเวลาขนส่งในเวลากลางคืน 21.00–04.00 น. เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงมีการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่และตำรวจทางหลวง
3 จุดแข็ง เดินหน้าสู่ Hub โลจิสติกส์ทางน้ำ
1. โครงสร้างพื้นฐานรองรับเรือขนาดใหญ่
ท่าเรือประจวบตั้งอยู่ในอำเภอบางสะพาน มีความลึกหน้าท่าประมาณ 15 เมตร และสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 110,000 DWT ตามข้อมูลของบริษัท
2. ครบวงจรทั้งหน้าท่าและหลังท่า
รองรับการขนถ่ายสินค้า การฝากเก็บ และบริการด้านการขนส่งทางทะเล พร้อมพื้นที่หลังท่าที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์
3. รองรับ Project Cargo ขนาดใหญ่และหนัก
มุ่งขยายบทบาทการเป็นศูนย์กลางขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่และสินค้าที่ต้องใช้วิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยเฉพาะด้าน
นายอนุวัตกล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจจะต้องเดินควบคู่กับการดูแลชุมชน โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสินค้าขนาดใหญ่ผ่านพื้นที่ชุมชน ซึ่งต้องมีการวางแผนเส้นทาง การจัดการจราจร การสื่อสาร และกำกับดูแลผู้ขนส่งอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเกิดความปลอดภัยและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ท่าเรือประจวบจึงกำลังเดินหน้าอีกก้าว จากท่าเรือขนส่งสินค้า สู่เป้าหมายการเป็น Hub โลจิสติกส์ทางน้ำ รองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่และสินค้าขนาดใหญ่ เชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจจากบางสะพานสู่ระดับประเทศและสากล

พิสิษฐ์รื่นเกษมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โทร 064-364-1644

