น้ำท่วมพาดหัวข่าว

ปทุมธานี – น้ำท่วมร้านจนไปต่อไม่ไหวเจ้าของก๋วยเตี๋ยวยื่นหนังสือถึงกมธ.วอนช่วยเจรจาแบงก์พักหนี้ 3 เดือน

ปทุมธานีน้ำท่วมร้านจนไปต่อไม่ไหวเจ้าของก๋วยเตี๋ยวยื่นหนังสือถึงกมธ.วอนช่วยเจรจาแบงก์พักหนี้ 3 เดือน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายศุภฤกษ์ จันทร์ศรี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ 2 ชั้น สาขา 1 คลอง 12 ตั้งอยู่เลขที่ 541 หมู่ที่ 3 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนที่รัฐสภา เพื่อขอความช่วยเหลือจาก นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.พรรคประชาชน เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่) พร้อมด้วย นายเสฐียรพงษ์ สำแดงสุข ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการฯ ภายหลังจากที่ร้านก๋วยเตี๋ยวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมจนกิจการได้รับความเสียหาย
นายศุภฤกษ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจการ ทำให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติและขาดรายได้โดยสิ้นเชิง ในขณะที่ตนยังมีภาระต้องผ่อนชำระหนี้กับทางธนาคารเดือนละ 47,600 บาท เบื้องต้นได้ติดต่อไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ และได้รับแจ้งว่ามีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยอนุญาตให้พักชำระเงินต้นเป็นเวลา 3 เดือน แต่ยังคงต้องชำระในส่วนของดอกเบี้ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งเมื่อกิจการถูกน้ำท่วมเสียหายและไม่สามารถสร้างรายได้ การหาเงินจำนวน 30,000 บาทมาชำระดอกเบี้ยในแต่ละเดือนจึงยังคงเป็นภาระที่หนักหน่วง

ผมไม่ได้ต้องการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ แต่อยากขอโอกาสตั้งหลักเพียง 3 เดือน ตอนนี้ร้านถูกน้ำท่วมและได้รับความเสียหาย รายได้ก็หายไป แล้วจะนำเงินเดือนละ 30,000 บาทจากไหนมาจ่ายดอกเบี้ย จึงอยากให้ธนาคารเห็นใจผู้ประสบภัย ให้เรามีเวลาฟื้นฟูร้านและกลับมาทำมาหากินได้ก่อน นายศุภฤกษ์ กล่าว พร้อมทั้งขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยเป็นตัวแทนประสานงานและเจรจากับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อพิจารณาอนุมัติการพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน
ทางด้าน นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนว่า วันนี้ได้รับทราบปัญหาจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนต้องหยุดประกอบอาชีพ แต่ยังคงมีภาระหนี้สินและดอกเบี้ยที่ต้องชำระให้กับธนาคารทุกเดือน ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีการติดตามเรื่องการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว
นายภัทรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จะบูรณาการการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งมี นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นประธาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเพียงรายเดียว แต่เป็นปัญหาของกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนมากที่กู้ยืมเงินมาลงทุน เมื่อต้องเผชิญกับอุทกภัยจนขาดรายได้ แต่ยังต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยทุกเดือน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่อไป