ปทุมธานี – ส.ส.เต๋าลุยน้ำท่วมสามโคกแจกถุงยังชีพกว่า 1.5 พันชุดบรรเทาทุกข์ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำ
ปทุมธานีส.ส.เต๋าลุยน้ำท่วมสามโคกแจกถุงยังชีพกว่า 1.5 พันชุดบรรเทาทุกข์ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำ
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดปทุมธานี เขต 2 พร้อมด้วย นายสุทิน นพขำ อดีต ส.ส.จังหวัดปทุมธานี และทีมงาน ลงพื้นที่นำสิ่งของอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างหนัก โดยมีการแจกถุงยังชีพรวมทั้งสิ้น 1,495 ชุด แบ่งเป็น พื้นที่ตำบลท้ายเกาะ 380 ชุด ตำบลบางกระบือ 285 ชุด ตำบลบางเตย 470 ชุด ตำบลกระแชง 270 ชุด และตำบลบางโพธิ์เหนือ 90 ชุด

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น มีประชาชนเดินทางมารอรับสิ่งของช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยภายในถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง นมกล่อง และน้ำดื่ม ทั้งนี้ จากการสำรวจสภาพพื้นที่จริงพบว่า บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำยังคงมีระดับน้ำท่วมขังสูงหลายหลังคาเรือน ส่งผลให้การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางจุดต้องสร้างสะพานไม้ชั่วคราว ขณะที่บางจุดน้ำท่วมสูงจนชาวบ้านต้องใช้เรือและแผ่นโฟมเป็นพาหนะในการออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณตำบลท้ายเกาะ พบว่ายังมีหลายพื้นที่มีระดับน้ำสูง ส่งผลให้พืชสวนและสวนกล้วยของเกษตรกรถูกน้ำท่วมมิดต้นจนได้รับความเสียหายทั้งหมด รวมถึงวัดบางแห่งยังคงมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง
นายศุภชัย นพขำ กล่าวว่า ตนมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ แม้จะไม่ใช่เรื่องยินดีที่ต้องมาพบปะกันในยามวิกฤต แต่ตนตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนริมแม่น้ำทั้งหมด โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวจัดหาถุงยังชีพมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาทุกข์และเยียวยาจิตใจ พร้อมให้กำลังใจทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ในฐานะผู้แทนราษฎรเขต 2 ปทุมธานี ผมไม่เคยหายหน้าไปไหน และคอยสนับสนุนทุกกิจกรรมของพี่น้องประชาชนเสมอมา คิดอะไรไม่ออกขอให้บอก ส.ส.เต๋า ได้เลยครับ

ทางด้าน นายสุทิน นพขำ อดีต ส.ส.จังหวัดปทุมธานี กล่าวเสริมว่า ขอชื่นชมผู้นำชุมชน ทั้งผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ที่ประสานงานมายังนายศุภชัย ซึ่งเป็นหลานของตน เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ตนเข้าใจดีว่าไม่มีใครอยากเผชิญกับน้ำท่วมที่ทำให้การใช้ชีวิตยากลำบาก เมื่อปีที่ผ่านมาตนก็เพิ่งลงพื้นที่มาช่วยเหลือ และปีนี้ก็เกิดวิกฤตขึ้นอีก จึงหวังว่าในปีหน้าสถานการณ์จะดีขึ้นกว่านี้ สำหรับพืชผลทางการเกษตรและต้นไม้ของชาวบ้านริมแม่น้ำคงได้รับความเสียหายไปมาก แม้จะไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมด แต่ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ จากครอบครัวนพขำ ซึ่งนายศุภชัยและทีมงานได้ร่วมกันจัดเตรียมมาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนนอกคันกั้นน้ำ ขอให้ทุกคนสู้และช่วยเหลือกันเพื่อให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปให้ได้


