ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

ร้านก๋วยเตี๋ยวปิดเงียบ! พ่อค้าวัย 54 ปี ถูกไรเดอร์หนุ่มขี่ จยย.ชนขณะข้ามถนน อาการสาหัส เลือดคั่งในสมอง ญาติเฝ้ารอปาฏิหาริย์ ชาวบ้านผวาถนนมรณะ วอนติดลูกระนาดสกัดรถซิ่ง

ร้านก๋วยเตี๋ยวปิดเงียบ! พ่อค้าวัย 54 ปี ถูกไรเดอร์หนุ่มขี่ จยย.ชนขณะข้ามถนน อาการสาหัส เลือดคั่งในสมอง ญาติเฝ้ารอปาฏิหาริย์ ชาวบ้านผวาถนนมรณะ วอนติดลูกระนาดสกัดรถซิ่ง

วันที่ 12 ตุลาคม 2569

ความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์หนุ่มวัย 20 ปี พุ่งชนพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยววัย 54 ปี ขณะเดินข้ามถนนบริเวณหน้าร้านของตนเอง ภายในซอยประชาอุทิศ 33 แยก 4 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทั้งผู้ขับขี่และคนเดินเท้าได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยล่าสุดร้านก๋วยเตี๋ยวของผู้บาดเจ็บยังคงปิดให้บริการ ขณะที่ครอบครัวยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเป็นห่วงและกังวลต่ออาการของผู้บาดเจ็บ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.34 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนเดินเท้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย จึงเร่งเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีขาว-แดง หมายเลขทะเบียน อทข 549 กรุงเทพมหานคร มีนายณภัทรพล อายุ 20 ปี อาชีพไรเดอร์ เป็นผู้ขับขี่ โดยรถได้เฉี่ยวชนนายพีธพงศ์ อายุ 54 ปี พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งกำลังเดินข้ามถนนบริเวณหน้าร้านของตนเอง

แรงกระแทกทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก นายณภัทรพลมีเลือดออกจากบริเวณใบหน้าเป็นจำนวนมาก ส่วนนายพีธพงศ์ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาท่อนล่างหักผิดรูป มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย และมีรายงานว่าพบภาวะเลือดคั่งในสมอง เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยนายพีธพงศ์ถูกนำส่งโรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี ส่วนนายณภัทรพลถูกนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3

จากการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ตุลาคม พบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของนายพีธพงศ์ยังคงปิดให้บริการ สะท้อนถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและการประกอบอาชีพ ขณะที่อาการของนายพีธพงศ์ยังอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง โดยยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไอเอ็มเอช ธนบุรี และยังไม่ฟื้นคืนสติ ส่วนญาติยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง

บริเวณจุดเกิดเหตุยังพบคราบเลือดติดอยู่บนพื้นผิวถนน รวมถึงร่องรอยจากอุบัติเหตุที่ยังคงปรากฏให้เห็น สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้ที่พบเห็นและประชาชนในละแวกดังกล่าว

นายบัณฑิต อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ถนนบริเวณดังกล่าวเป็นซอยค่อนข้างแคบ มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรผ่านจำนวนมาก เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อไปยังซอยย่อยต่าง ๆ ได้ โดยปกติมักพบรถจักรยานยนต์ขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่มีทั้งเสียงท่อไอเสียดังและสภาพถนนค่อนข้างมืด แม้แต่ช่วงกลางวันก็ยังมีรถบางคันขับขี่ด้วยความเร็ว

นายบัณฑิตกล่าวด้วยความกังวลว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกสะเทือนใจและหวาดระแวงต่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบริเวณนี้มีทั้งประชาชนที่เดินเท้าและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน แต่กลับพบพฤติกรรมการขับขี่ที่น่าห่วงอยู่เป็นประจำ

“บอกตรง ๆ ว่า สะเทือนใจและระแวงมาก ๆ ครับ แถวนี้วัยรุ่นขี่รถซิ่งกันเป็นประจำ ยิ่งช่วงเย็นหรือดึก ๆ เสียงท่อไอเสียดังสนั่น พอมาเกิดเหตุชนคนเดินข้ามถนนแบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่าถนนเส้นนี้ไม่มีความปลอดภัยเลย คนขับไม่คิดจะชะลอรถกันเลย ตอนนี้จะเดินไปซื้อของฝั่งตรงข้ามทีต้องคิดแล้วคิดอีก กลัวว่าสักวันเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดกับเราหรือลูกหลานเข้าสักวัน”

ทั้งนี้ นายบัณฑิตเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนและมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง พร้อมเสนอให้พิจารณาติดตั้งเนินชะลอความเร็วหรือติดตั้งแถบสั่นสะเทือนบนพื้นถนนในจุดที่เหมาะสม เพื่อช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว โดยเฉพาะบริเวณที่มีประชาชนเดินข้ามถนนและหน้าร้านค้า

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความสูญเสียด้านสุขภาพแก่ผู้ประสบเหตุและความทุกข์ใจแก่ครอบครัว แต่ยังจุดประกายความกังวลของชาวบ้านต่อความปลอดภัยบนถนนภายในชุมชน ซึ่งมีผู้ใช้รถและคนเดินเท้าต้องใช้เส้นทางร่วมกันทุกวัน

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริง รวมถึงความเร็วและพฤติการณ์ขณะเกิดเหตุ ยังต้องรอการตรวจสอบจากพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป