ข่าวทั่วไปพาดหัวข่าว

กำแพงเพชร – กระทรวง อว. ผนึกกำลัง วว.ลงพื้นที่กำแพงเพชร ชู 7 นวัตกรรมเกษตร–แปรรูป–พลังงาน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

กำแพงเพชร
กระทรวง อว. ผนึกกำลัง วว.ลงพื้นที่กำแพงเพชร ชู 7 นวัตกรรมเกษตร–แปรรูป–พลังงาน ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างเศรษฐกิจฐานรากยั่งยืน

“ยศชนัน” นำองค์ความรู้วิทยาศาสตร์สู่ชุมชน จับมือภาคีเครือข่ายลงนาม MOU 2 ฉบับ มุ่งแก้โจทย์เกษตรกรไทย ตั้งแต่ปุ๋ยสั่งตัด กล้าพันธุ์ปลอดโรค เทคโนโลยีแปรรูป ไปจนถึงพลังงานสะอาด

จังหวัดกำแพงเพชรเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อผลักดันผลงานวิจัยและเทคโนโลยีสู่การใช้ประโยชน์จริงในระดับชุมชน มุ่งแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ยกระดับกระบวนการแปรรูป และต่อยอดพลังงานสะอาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตทางการเกษตร พร้อมเสริมสร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน ณ อาคารหอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

ในการนี้ นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ และนายนพพล ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย ผศ.ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน สะท้อนถึงความสนใจในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชน

“ยศชนัน” ชูวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาตรงจุด ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อชุมชน” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคการเกษตรในฐานะรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันเกษตรกรยังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนปัจจัยการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาโรคพืช โดยเฉพาะโรคใบด่างมันสำปะหลัง ตลอดจนข้อจำกัดในการแปรรูปสินค้าและการเข้าถึงตลาด ซึ่งส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขัน

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งผลักดันนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้าไปแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความต้องการของเกษตรกร ไม่ใช่เพียงการพัฒนาองค์ความรู้ในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ การพัฒนานวัตกรรมต้องคำนึงถึงคุณค่าที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งด้านประชาชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวง อว. และ วว. พร้อมเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างเหมาะสม สร้างรายได้ที่มั่นคง และเพิ่มความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ลงนาม MOU 2 ฉบับ ต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 2 ฉบับ โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ความร่วมมือระหว่าง วว. กับองค์การสุรา เพื่อสนับสนุนการผลิตเอทานอล และความร่วมมือระหว่าง วว. กับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนางานวิจัย และการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากหน่วยงานวิจัยกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคชุมชน เพื่อให้เทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาสามารถขยายผลสู่การประกอบอาชีพและการผลิตเชิงเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรทางการเกษตรในท้องถิ่น

วว. เปิดตัว 7 นวัตกรรมเด่น ตอบโจทย์ตั้งแต่แปลงเกษตรถึงโรงงานแปรรูป

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรครั้งนี้ วว. ได้นำเสนอผลงาน “7 นวัตกรรมเกษตรและแปรรูปเด่น” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูก การแปรรูปอาหาร ไปจนถึงการผลิตพลังงาน โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

1. ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดสำหรับอ้อยและมันสำปะหลัง เทคโนโลยีการจัดการธาตุอาหารพืชให้เหมาะสมกับสภาพดินและความต้องการของพืชแต่ละชนิด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ฟื้นฟูคุณภาพดิน และมีศักยภาพลดต้นทุนปุ๋ยได้สูงสุดถึง 60% ตามข้อมูลผลการดำเนินงานที่นำเสนอ
2. เทคโนโลยีการผลิตกล้วยต้นเตี้ย ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของลำต้นและผลผลิตที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน เพิ่มความสะดวกในการดูแลรักษาและเก็บเกี่ยว ตลอดจนสนับสนุนให้เกษตรกรมีผลผลิตสม่ำเสมอ โดยมีศักยภาพเพิ่มรายได้ประมาณ 20–30%
3. ต้นกล้ามันสำปะหลังปลอดโรค ใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อผลิตต้นพันธุ์ปลอดเชื้อไวรัส ช่วยลดความเสี่ยงในการนำโรคเข้าสู่แปลงเพาะปลูก ลดการพึ่งพาสารเคมีบางประเภท และเพิ่มโอกาสในการเพิ่มผลผลิต โดยข้อมูลที่นำเสนอระบุว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้ 80–100% ภายใต้เงื่อนไขการผลิตที่เหมาะสม
4. เตาชีวมวลสำหรับการแปรรูปอาหาร นำพลังงานจากชีวมวลมาใช้ในกระบวนการผลิต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้ความร้อน ลดระยะเวลาในการกวนผลิตภัณฑ์ และประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 37.43% ช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารในชุมชน
5. เครื่องหั่นกล้วยสไลด์ เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความสม่ำเสมอในการเตรียมวัตถุดิบสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า 50% และลดการใช้แรงงานได้ถึง 60% ช่วยให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาคุณภาพสินค้าได้ดียิ่งขึ้น
6. เทคโนโลยีการผลิตสุราท้องถิ่น ส่งเสริมการนำผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ช่วยต่อยอดวัตถุดิบในท้องถิ่น สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมโยงกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการท่องเที่ยว โดยการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
7. โรงงานต้นแบบผลิตแอลกอฮอล์ไร้น้ำ เทคโนโลยีการผลิตเอทานอลไร้น้ำความบริสุทธิ์ 99.5% จากมันสำปะหลัง เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน โดยข้อมูลที่นำเสนอระบุว่าสามารถลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตได้ประมาณ 40% สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพของประเทศ

วิทยาศาสตร์ต้องเข้าถึงชุมชน สร้างรายได้จริง และเติบโตอย่างยั่งยืน

การลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรของกระทรวง อว. โดย วว. ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมออกจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรมและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งแก้ไขปัญหาที่เกษตรกรเผชิญ ทั้งต้นทุนการผลิตสูง โรคพืช ข้อจำกัดด้านแรงงาน และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต พร้อมสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกัน การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการขยายผลเทคโนโลยีให้เข้าถึงกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนได้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับอาชีพของตนเอง ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ แต่คือการทำให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และวางรากฐานการพัฒนาจังหวัดกำแพงเพชรให้เติบโตอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว
สุเทพ อินทจันทร์ กำแพงเพชร