จับกุมพาดหัวข่าวยาเสพติด

จับยาบ้ากว่า2ล้านเม็ดขณะลำเลียงจากภาคกลางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยตชด.437สงขลา ร่วมกับ นปส.เมืองเอก สะกดรอยตามจากจ.สุพรรณบุรีและจู่โจมเข้าจับกุมได้ขณะลำเลียงไปเก็บไว้ยังจุดพักในพื้นที่จ.ราชบุรี เร่งสอบสวนขยายผล

จับยาบ้ากว่า2ล้านเม็ดขณะลำเลียงจากภาคกลางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยตชด.437สงขลา ร่วมกับ นปส.เมืองเอก สะกดรอยตามจากจ.สุพรรณบุรีและจู่โจมเข้าจับกุมได้ขณะลำเลียงไปเก็บไว้ยังจุดพักในพื้นที่จ.ราชบุรี เร่งสอบสวนขยายผล

เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเมืองเอก กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (กก.1 บก.ปส.3) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตชด.437จ.สงขลา นำโดย พ.ต.ท.กิจติศักดิ์ วรรณคีรี รอง ผกก.1 บก.ปส.3
จู่โจมเข้าจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขณะกำลังลำเลียงยาบ้าล๊อตใหญ่มากับรถยนต์กระบะอีซูซุดีแมค สีบรอนส์ ทะเบียน ผน.2512 นครศรีธรรมราช เข้าไปเก็บไว้ภายในบ้านเลขที่ 327 หมู่13 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
และจับกุม นายสิทธิเดช น้ำพ่วง อายุ 26 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช และน.ส.ธิดารัตน์ พรมอยู่ อายุ 30 ปี ชาวจ.พัทลุง แฟนสาวได้คารถ


จากการตรวจสอบท้ายรถกระบะพบยาบ้าจำนวน6 สอบคลุมด้วยผ้าใบ และที่อยู่ในห้องเก็บของภายในบ้านอีก 9 กระสอบ จำนวน 2,566,000 เม็ด มูลค่ากว่า 51 ล้านบาท ค้นในบ้านยังพบอาวุธปืนยา 9 มม.1 กระบอก อาวุธปืนสั้น 11 มม.1 กระบอก กระสุน 11 มม.29 นัด ซองปืน 2 ซอง
ไทม์ไลน์เบื้องหลังการจับกุมยาบ้าล๊อตนี้เริ่มจากเจ้าหน้าที่ ตชด.437 จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากสายจับของตชด.473 ว่าจะมีการขนยาบ้าล๊อตใหญ่จากพื้นที่ภาคกลางลงสู่ภาคใต้ จึงได้วางแผนกับเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเมืองเอก เพื่อจับกุม
โดยเริ่มติดตามรถยนต์กระบะคันนี้จากพื้นที่อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี หลังจากที่ไปรับยาบ้ามา และสะกดรอยตามไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดพักยาที่บ้านเลขที่ 327 หมู่13 ต.สวนกล้วย อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ปฏิบัติการจับกุมจึงเริ่มขึ้นและไม่พลาดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสองคนพร้อมยาบ้าทั้งหมด
จากการสอบสวน นายสิทธิเดช ให้การว่าไปรับยาบ้ามาจากพื้นที่จ.อ่างทอง โดยการติดต่อผ่านทางไลน์”BM”ให้ไปรับยาบ้าตามจุดต่างๆที่วางไว้โดยจะเปลี่ยนพิกัดไปเรื่อยและทำมาหลายครั้งแล้วโดยจะนำมาเก็บไว้ที่บ้านหลังนี้เพื่อรอลำเลียงส่งต่อไปยังปลายทางในพื้นที่ภาคใต้
เบื้องต้นตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไปสอบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
และคุมตัวทั้งสองคนดำเนินคดี โดยนายสิทธิเดช ถูกดำเนินคดี 4 ข้อหา คือร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดฯ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,ครอบครองส่วนใดส่วนหนึ่งของอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้(ซองกระสุนปืน),และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ส่วน น.ส.ธิดารัตน์ ถูกแจ้ง1ข้อหา คือ ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1


พี่เสือ นักข่าว สงขลา