จับกุมพาดหัวข่าว

ตำรวจคุมมือยิง สห.ไปค้นอาวุธปืนและเสื้อผ้า พบแล้ว

ตำรวจคุมมือยิง สห.ไปค้นอาวุธปืนและเสื้อผ้า พบแล้ว


เมื่อเวลา 20.30น. พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ควบคุมนายปริวัตร์ หรือ ยูเว่ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสงขลา ออกหมายจับ นายปริวัตร์ สัคคุณี ผู้ก่อเหตุ แล้ว ตามที่พันตำรวจตรีอิศรา นพรัตน์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสงขลา ร้องขอ โดยมีการแจ้งข้อหา ความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปินไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,


พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสารณะโดยโดยได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ตามสมควรแก่พฤติการณ์, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน
ไปค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยจุดแรกร้านอาหารฟรีด้อม ริมถนนกาญจนวนิชพะวง 77 อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งนายปริวัตร์ ให้การว่า หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านอาหารดังกล่าวแล้วเดินเข้าไปทิ้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุบริเวณพงหญ้า แต่ปรากฏว่า ตำรวจใช้เวลาค้นหาอยู่ประมาณ 10 นาทีก็ไม่พบ จากนั้นจึงนำตัวขึ้นรถไปสอบสวนอีกครั้ง
ก่อนทค่นายปริวัตร์ จะยอมรับว่า นำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งไว้บริเวณริมรั้วของร้านอาหาร ในพื้นที่สวนตูล ตำบลเขาลูกช้าง อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งตำรวจควบคุมตัวไปค้นปรากฏว่าพบอาวุธปืน ลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และยังควบคุมตัวไปค้นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุที่บ้านซึ่งห่างจากจุดที่พบอาวุธปืน ประมาณ 800 เมตร โดยพบเพียงกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าแตะสีขาว ส่วนเสื้อที่สวมใส่นั้น นายปริวัตร์ ให้การว่าจำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้ที่ใด
ด้าน พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีว่า สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังเกิดเหตุได้นำอาวุธปืนมาทิ้งไว้บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะหลบหนีไป และนายปริวัตร์ ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุถูกผู้เสียชีวิตเข้ามาห้ามปรามและทำร้ายร่างกายก่อน ทำให้เกิดความโกรธแค้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้น ไม่พบว่าผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต เคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แต่ผู้ต้องหามีความขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดและตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าคำให้การตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่


นอกจากนี้ เมื่อตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุมาทำการสอบถาม ผู้ต้องหาสามารถชี้จุดและเล่าลำดับเหตุการณ์ได้ตรงกับพยานหลักฐานในคลิปวิดีโอ ส่วนประเด็นเรื่องชนวนเหตุความขัดแย้งอื่นๆ เช่น เรื่องส่วนตัวหรือความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด
สำหรับมาตรการป้องกันเหตุในระยะยาว ผกก.สภ.เมืองสงขลา ยืนยันว่า ได้สั่งการให้ยกระดับความเข้มงวดในการกวดขันและตรวจตราพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนหลังจากสถานบริการปิดทำการ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา