จับกุมพาดหัวข่าว

ยูเว่” ยอมเปิดปากขอโทษครอบครัว สห. ถูกยิงเสียชีวิต ลั่นไม่ได้เจตนา แต่แค่ป้องกันตัว ขณะที่แม่ สห. ทนไม่ไหว ทุบหลัง “ยูเว่”

ยูเว่” ยอมเปิดปากขอโทษครอบครัว สห. ถูกยิงเสียชีวิต ลั่นไม่ได้เจตนา แต่แค่ป้องกันตัว ขณะที่แม่ สห. ทนไม่ไหว ทุบหลัง “ยูเว่”

นาง เยาวลักษณ์ บินอาหวา อาย 61 ปี พร้อม น.ส. รอดียะ บินอาหวา อายุ 22 ปี แม่และน้องสาวของ ส.อ.สุไหลหมาน บินอาหวา อายุ 26 ปี ทหารสังกัด ร้อย.สห.มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ ที่ถูกยิงเสียชีวิต ขณะเข้าไปช่วย นายแก๊ปอายุ 18 ปี กับแม่อายุ 40 ปี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ริมหาดชลาทัศน์อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ช่วงเที่ยงคืนเศษวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เพื่อดำเนินการเอกสารเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ ส.อ.สุไหลหมาน เพื่อนำไปดำเนินการยื่นขอเยียวยาเหยื่อจากเหตุอาชญากรรม ของกระทรวงยุติธรรม


ทั้งนี้นางเยาวลักษณ์ บอกว่า แม้จะเสียใจ กับการจากไปของลูกชาย แต่ก็ภูมิใจที่ลูกชายเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นที่กำลังถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายก็เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว ไม่ว่าเพื่อนหรือเพื่อนบ้านจะขอความช่วยเหลือลูกชายก็ยื่นมือช่วยตลอด ไม่เคยปฏิเสธหรือขัดขวางใคร และจากการดูภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเกิดเหตุ ที่นายปริวัตร์ ยิงลูกชายแล้วยังเข้าไปใช้เท้าเตะศีรษะและใช้ด้ามปืนตีศีรษะอีกนั้น ก็ยิ่งทำให้เจ็บใจ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ยิงลูกชายของตนให้ถึงที่สุด และขอให้ได้รับเวรกรรมต่อการกระทำที่ทำลงไปทั้งชาติ และยืนยันว่าไม่ให้อภัย หรือให้อโหสิกรรมแก่นายปริวัตร์ อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ช่วงเย็นที่ผ่านมา ตำรวจได้เบิกตัวนายปริวัตร์ หรือยูเว่ ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนำไป พันตำรวจเอก กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา กับพนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับกลุ่มเพื่อนของนายปริวัตร์ ที่อยู่ในเหตุการณ์และร่วมกันก่อเหตุทะเลาะวิวาท


ปรากฏว่า ช่วงที่เดินออกมาจากห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา นางเยาวลักษณ์ ที่เดินออกมาจากห้อง พนักงานสอบสวน ก็ยืนรอดูหน้า ของคนที่ยิงลูกชายตัวเองเสียชีวิต ก่อนจะใช้มือตีเข้าที่หลังนายปริวตร์ 2 ครั้ง ทำให้ตำรวจที่ควบคุมตัว นายปริวัตร์ ต้องห้ามปราม ว่าอย่าทำแบบนี้
ซึ่งนายปริวัตร์ มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะยอมพูดกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอยากที่จะขอโทษกับครอบครัว ของ ส.อ.สุไหลมาน ในสิ่งที่ทำลงไป และยืนยันว่า ไม่ได้เจตนา แต่ช่วงจังหวะชุลมุนตนถูกต่อยและถูกเตะ ทำให้คิดอะไรไม่ถูกเลยต้องป้องกัน
ทั้งนี้ในระหว่างที่อยู่ในห้องสอบสวนพ่อของนายปริวัตร์ พร้อมทนายความได้ร่วมฟังการสอบปากคำด้วย ซึ่งญาตินายปริวัตร์ ก็บอกว่า ตอนนี้ นายปริวัตร์ ยังช็อกและเสียใจที่ก่อเหตุดังกล่าว เช่นเดียวกับพ่อและเมียที่เครียดกับเหตุที่ลูกชายก่อขึ้น แต่ก็ยอมรับผลของการกระทำของลูกชาย และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


พี่เสือ นักข่าว จ.สงขลา